ลงทะเบียนขอรับเงิน "ช่วยเหลือน้ำท่วม กทม." ผ่านเว็บไซต์ http://claim.bangkok.go.th พร้อมแนะนำให้เปิดใช้งานผ่านเบราว์เซอร์โดยตรง


ภายหลังจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เปิดให้ประชาชนสามารถเข้าไปลงทะเบียนในแอปฯ "ทางรัฐ" เพื่อยื่นขอรับลงทะเบียนเยียวยาผู้ประสบภัย ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 หรือสามารถยื่นคำร้องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ / สำนักงานเขตใน กทม. นั้น

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้เปิดช่องทางยื่นขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาสมทบ สำหรับประชาชนในพื้นที่ กทม. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งผู้ประสบอุทกภัยสามารถยื่นขอรับเงินช่วยเหลือได้จาก 2 แหล่งที่มา ดังนี้

1. เงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพเบื้องต้น จากรัฐบาล ตามมติ ครม.

ยื่นเรื่องออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"  โดยรัฐให้เงินชดเชยสูงสุด 9,000 บาท (หากเข้าเกณฑ์ความเสียหายตามที่กำหนด)

2. เงินช่วยค่าเสียหายและค่าซ่อมแซม ตามระเบียบกรุงเทพมหานคร

ยื่นเรื่องออนไลน์ผ่าน เว็บไซต์ claim.bangkok.go.th โดย กทม. ให้เงินชดเชยตามความเสียหายจริง เช่น ค่าดำรงชีพเบื้องต้น ค่าวัสดุซ่อมแซมที่พักอาศัย และความช่วยเหลือด้านอื่นๆ โดยพิจารณาตามความเสียหายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทั้งนี้ หากท่านต้องการและมีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจาก ทั้ง 2 แหล่งที่มา จำเป็นต้องลงทะเบียนและยื่นเรื่องผ่านทั้ง 2 ช่องทาง แยกกัน (ยื่นทางแอปพลิเคชันทางรัฐ และ เว็บไซต์ claim.bangkok.go.th) หรือสามารถไปยื่นพร้อมกันที่สำนักงานเขต ตามทะเบียนบ้านที่ได้รับผลกระทบ (จันทร์-ศุกร์ ตามเวลาทำการ) 

ขั้นตอนการขอรับเงินช่วยเหลือน้ำท่วมออนไลน์ เว็บไซต์ claim.bangkok.go.th

1. เช็กสิทธิ

2. กรอกข้อมูล

3. แนบเอกสารและหลักฐาน

4. รอเขตพิจารณา

5. รับเงินช่วยเหลือ

ทั้งนี้ หากไม่มีเอกสารโฉนดที่ดิน / ชื่อหลังโฉนดไม่ตรงกับผู้ยื่น / ที่อยู่อาศัยประจำไม่มีเลขที่ แนะนำให้ยื่นที่สำนักงานเขต

สิทธิที่เข้าเกณฑ์ในการช่วยเหลือ

เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย

ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำในชีวิตประจำวันตามความเป็นจริง (ไม่เกิน 88,600 บาท)

  • บ้าน/ที่อยู่อาศัยประจำ ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย
  • ช่วยเหลือเฉพาะค่าวัสดุซ่อมแซม ตามแบบฟอร์มที่กำหนด
  • พิจารณาช่วยเหลือส่วนของวัสดุที่เป็นโครงสร้างอาคารเท่านั้น

ค่าดำรงชีพเบื้องต้น (ไม่เกิน 1,900 / 3,800 บาท)

  • เสียหายบางส่วน ครอบครัวละ 1,900 บาท
  • เสียหายทั้งหลัง ครอบครัวละ 3,800 บาท

ค่าที่พักอาศัยชั่วคราวหรือค่าเช่าบ้าน (ไม่เกิน 3,000 บาท / เดือน)

  • ต้องเป็นผู้ประสบภัยสาธารณภัยพักอาศัยในบ้านหรือที่พักอาศัยอื่น ซึ่งต้องเสียค่าที่พักอาศัยชั่วคราวหรือค่าเช่าบ้าน และที่พักอาศัยได้รับความเสียหายหรือน้ำท่วมขังจากเหตุอุทกภัย

ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ และหรือเงินทุนสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่เป็นอาชีพหลัก (ไม่เกิน 13,500 บาท)

  • สำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่เป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริง เครื่องมือประกอบอาชีพต้องมีความสอดคล้องกับอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ รายการเครื่องมือประกอบอาชีพไม่รวมถึงวัตถุดิบสินค้า และบริการ

เกี่ยวกับคนในบ้าน

ค่ารักษาพยาบาล

  • ผู้ป่วยนอก ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 2,000 บาท/คน
  • ผู้ป่วยใน ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 4,000 บาท/คน และเงินปลอบขวัญ 2,300 บาท / ราย

ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต (ไม่เกิน 35,700 บาท / คน)

  • กรณีผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตเป็นผู้หารายได้ เลี้ยงดูครอบครัว ให้พิจารณาช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัวอีก

วิธีลงทะเบียนขอรับ "เงินช่วยเหลือน้ำท่วม" ออนไลน์ ในพื้นที่ กทม.

1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th

2. กดเมนู "เช็กสิทธิที่อาจได้รับ"

3. ตอบคำถาม 6 ข้อ ให้เสร็จสมบูรณ์ 

4. ระบบจะแสดงผล "เช็กสิทธิที่จะรับ"

5. จากนั้นกด "ต่อไป" เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนเตรียมเอกสาร

6.  แนบไฟล์เอกสาร และหลักฐานให้ครบตามที่กำหนด (สำหรับผู้ไม่มีเอกสารโฉนดที่ดิน /ชื่อหลังโฉนดไม่ตรงกับผู้ยื่น / ที่อยู่อาศัยประจำไม่มีเลขที่ แนะนำให้ยื่นที่สำนักงานเขต)

7. เมื่อเอกสารครบให้กด "ยื่นคำร้อง"

8. รอเขตพิจารณาเพื่อรอรับเงินช่วยเหลือ 

9. สามารถยื่นได้ตั้งแต่ 2 ต.ค. เป็นต้นไป ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันประสบสาธารณภัย

ช่องทาง "เช็กสถานะเงินช่วยเหลือน้ำท่วมออนไลน์" พื้นที่ กทม.

สำหรับประชาชนที่ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่าน https://claim.bangkok.go.th/ สามารถตรวจสอบผลการพิจารณาคำร้องได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง ดังนี้

1. เข้าเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th

2. จากนั้นเลือกเมนู "เช็กสถานะคำร้อง" เพื่อตรวจสอบผลการพิจารณาคำร้องที่ยื่นไว้

อย่างไรก็ตาม ลงทะเบียนขอรับเงิน "ช่วยเหลือน้ำท่วม" ที่เว็บไซต์ http://claim.bangkok.go.th แนะนำให้เปิดใช้งานผ่านเบราว์เซอร์โดยตรง เช่น Google Chrome หรือ Safari หลีกเลี่ยงการเปิดเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ภายในแอปพลิเคชัน เพื่อให้ระบบแสดงผลและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ.