"ดร.ไชยวัฒน์" เจ้าของสวนสยาม ประกาศขายที่ดินพร้อมเครื่องเล่น 1 หมื่นล้านบาท ยอมรับวิกฤตครั้งนี้หนักมาก ตัดพ้อหากมัวแต่เสียดายก็ทรมานจิตใจตัวเอง


วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม คือ สวนสยามทะเลกรุงเทพ ในพื้นที่เขตคันนายาว ส่งผลให้สวนสนุกได้รับผลกระทบและเครื่องเล่นได้รับความเสียหาย โดยสวนสยามมีพื้นที่กว่า 300 ไร่ แบ่งเป็นโซนเครื่องเล่น และสวนน้ำประมาณ 270 ไร่ โดยได้รับความเสียหายทั้งหมด ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 47 ที่สวนสยามเปิดให้บริการ  

จากการเข้าสำรวจภายในสวนสยาม พบว่าขณะนี้ยังไม่ได้เปิดให้บริการ รวมถึงเครื่องเล่นไม่ได้มีการเปิดให้ใช้บริการ เนื่องจากเสียหายมากกว่า 95% ขณะที่แม่ค้าบางส่วนทยอยเข้ามาเก็บข้าวของและร้านค้าหลังถูกน้ำท่วม

ขณะนี้ พบว่าน้ำเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น เนื่องจากถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยน้ำที่อยู่ภายในสระมีสภาพขุ่นและมีกลิ่นเหม็นอย่างชัดเจน ขณะที่สวนสัตว์เหลือเพียงสัตว์บางส่วน เนื่องจากส่วนใหญ่ได้ตายลงไปแล้ว เหลือเพียงแค่ เนื้อทราย ไก่ เป็ด กิ้งก่า ม้า สัตว์ที่เหลืออยู่ อยู่ระหว่างการพิจารณาย้ายไปไว้ที่อื่น รวมกันนับ 100 กว่าตัว

ทางด้าน ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทสยามพาร์คซิตี้ เปิดเผยว่าหลังน้ำเข้าท่วมภายในสวนสยาม พนักงานกว่า 400 คน พร้อมสำนักงานเขตคันนายาวได้นำเครื่องสูบน้ำเข้ามา ช่วยกันเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ ทำให้สามารถระบายน้ำออกไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังมีชาวบ้านอีกหลายพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมทั่วประเทศ

ดร.ไชยวัฒน์ ยอมรับว่า วิกฤตที่สวนสยามกำลังเผชิญในครั้งนี้ถือว่าหนักมาก และหนักที่สุดในชีวิตที่เคยเจอมา ส่วนที่ก่อนหน้านี้ระบุว่าสวนสยามจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ภายใน 3-6 เดือนนั้น แต่ต้องใช้เงินมากกว่า 300 ล้าน ในการจ้างช่างผู้เชี่ยวชาญบริษัทผู้ผลิตเครื่องเล่น มาซ่อมเครื่องเล่นทั้งหมดที่ประเทศไทย 

ขณะนี้ประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก เงินในคลังหมด และไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการ สถาบันทางการเงินก็ยังไม่มีการอนุมัติเงินให้เนื่องจากตนเองอายุ 90 ปีแล้ว ขณะที่พนักงานก็ได้รับความเดือดร้อน รู้สึกสงสารพนักงานเป็นอย่างมาก โดยช่วงที่ผ่านมาได้ทำอาหารเลี้ยงพนักงานทุกวัน แต่ขณะนี้ก็เริ่มไม่ไหวแล้ว และไม่มีเงินจ่ายพนักงาน หากไม่สามารถจ่ายเงินเดือนได้เป็นเวลา 1-2 เดือน พนักงานก็คงต้องออก

ทั้งนี้ กำลังคิดว่าจะเร่งฟื้นฟูสวนสยามให้เร็วที่สุด พร้อมติดต่อบริษัทต่างประเทศให้เข้ามาดูแลเรื่องการซ่อมแซม เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้เร็วที่สุด เบื้องต้นคาดว่าอาจใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนจึงจะกลับมาเปิดได้ แต่ยังต้องรอการประเมินจากวิศวกรของบริษัทต่างประเทศเจ้าของเครื่องเล่นก่อน

ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดว่าน่าจะมากกว่า 300 ล้านบาทอย่างแน่นอน เนื่องจากเครื่องเล่นบางส่วนไม่สามารถซ่อมแซมได้ในประเทศไทย ขณะที่โดยปกติสวนสยามมีรายได้ประมาณวันละ 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ ส่วนตัวเคยขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยอยากให้ช่วยเหลือในวงเงินประมาณ 500 ล้านบาท และเมื่อวานนี้ลูกชายก็วิ่งวุ่นตลอดทั้งวัน ทั้งการพูดคุยกับกรุงเทพมหานคร หอการค้า และรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกกับตนว่า "ไม่เป็นไรยังมีที่ดินเยอะ รวย" ประมาณว่าตนเองมีที่ดินมากมาย ถ้าหากขายสวนสยามไปได้ ก็มีเงินมหาศาลไม่เดือดร้อน ซึ่งตนเองก็รู้สึกตัดพ้อ เพราะที่ผ่านมาทำด้วยหัวใจ สร้างมาด้วยมือ นานกว่า 40 ปี และถ้าหากว่าจะต้องปิดตำนานจริงๆ ก็รู้สึกเสียดายที่จะไม่มีสถานที่ให้คนได้มาพักผ่อน ที่ผ่านมาแม้ว่าจะขาดทุน ก็เอาที่ดินส่วนอื่นไปขายเอาเงินมาโปะ ให้ธุรกิจดำเนินต่อ ทำไปด้วยแรงปณิธาน ไม่ได้คิดจะขายทิ้งหรือจะสร้างเป็นอสังหาริมทรัพย์อื่น 

ส่วนอนาคตของสวนสยามว่าจะเปิดให้บริการต่อไปหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน ต้องดูจากบริษัทและธนาคารที่กู้เงินอยู่ ซึ่งตนเองอาจจะต้องจัดการเรื่องล้มละลายหรือหาทางใดทางหนึ่ง เพราะไม่เช่นนั้นก็จะอยู่ไม่ได้

เมื่อถามว่ารู้สึกเสียดายหรือไม่กับสิ่งที่ทำมาตลอดระยะเวลานาน ระบุว่า ฟ้าดินไม่อำนวยและมองว่าเสียดายไปก็ไม่มีประโยชน์ โดยขณะนี้นอนไม่หลับมา 7 วัน 7 คืนแล้ว แต่ใจยังสู้อยู่ เพียงแต่หากต้องสู้คนเดียวก็คงไม่ไหว เพราะทำมาคนเดียวมากว่า 40 ปีแล้ว แต่หากยังสามารถอยู่ได้ก็จะต้องอยู่ และจะไม่ทิ้งสวนสยามไปไหน พร้อมระบุว่า หากมีคนบอกว่าขายที่แล้วจะร่ำรวย ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร เพราะอายุก็ 90 ปีแล้ว และไม่รู้ว่าปีหน้าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

นอกจากนี้ ยังเล่าอีกว่า ในวันแรกที่น้ำท่วมรู้สึกอยากจะจบชีวิตตัวเอง แต่ก็สู้มาจนถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องสู้ต่อไป ตอนนี้คิดเล่นๆ ว่า จะทำแพ็กเกจสุดคุ้มเพื่อให้คนไทยมาเที่ยวสวนสนุกสวนน้ำที่สวนสยาม ในแพ็กเกจรายปีเป็นคูปองใบละ 1,000 บาท โดยหวังให้คนไทยช่วยอุดหนุน เพื่อที่จะนำเงินมาซ่อมบำรุงและต่อลมหายใจสวนสยาม 

สำหรับสวนสัตว์ เตรียมจะย้ายไปไว้ที่วัดพระพุทธชินวงศ์ จังหวัดพะเยา โดยสัตว์ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เพาะเลี้ยงในประเทศ ซึ่งเลี้ยงมานานกว่า 30 ปี และดูแลรักษาเป็นอย่างดี แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมก็ต้องเร่งช่วยกันขนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ ซึ่งคนที่เข้าไปขนย้ายเป็นพนักงานไม่มีความชำนาญในด้านการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะ รวมถึงสัตว์บางตัวมีอาการขี้กลัวตกใจง่าย บางตัวก็ชนกำแพงตาย บางตัวก็ตกใจตาย อย่างเช่น เนื้อทราย จากเดิมที่มีมากกว่า 20 ตัว ขณะนี้เหลือประมาณ 10 ตัว

ส่วนเรื่องการแจ้งเตือน กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนว่าจะมีฝนและน้ำ แต่ไม่คิดว่าน้ำจะมาอย่างรวดเร็วขนาดนี้ โดยหากมีการแจ้งเตือนเหมือนปี 2554 ในปีนั้นสามารถป้องกันน้ำได้ แต่ครั้งนี้ไม่รู้เลยว่าน้ำจะมาถึงอย่างรวดเร็วและมีปริมาณมากขนาดนี้ เปรียบเหมือนโจรปล้นบ้าน มาถึงก็ยิงปืนใส่เลย

หลังจากนี้ หากรัฐบาลไม่ให้ความช่วยเหลือเลย ก็คงต้องขายสวนสยามทิ้ง และจะทำให้สบายใจ หรืออาจขายที่ดินพร้อมเครื่องเล่นทั้งหมด พร้อมประกาศว่า สวนสยามจะขายที่ดินทั้งหมด หากใครต้องการในราคา 10,000 ล้านบาท เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ ระบุว่า หากมัวแต่เสียดายก็จะเป็นการทรมานจิตใจตัวเอง และเป็นการบ่อนทำลายทั้งคนที่มาเที่ยวและพนักงาน แต่หากขายทิ้งไปพนักงานก็จะได้รับเงินชดเชย.