จุฬาฯ ผนึก 10 หน่วยงานไทย-นานาชาติ เปิดเวทีการเงินสีเขียวเพื่อเมืองยั่งยืน เตรียมชง "Research Platform" หนุนงานวิจัยข้ามศาสตร์แก้ปัญหาเมือง

 

วันที่ 22 ก.ย. 2569 มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับหน่วยงานไทยและนานาชาติรวม 10 องค์กร จัดงาน "เวทีนานาชาติว่าด้วยการเงินสีเขียวเพื่อเมืองที่ยั่งยืน" ณ อาคาร สำนักงาน ADB กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้ง onsite และออนไลน์กว่า 180 คน จากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น และสิงห์บุรี

ตลอดวันมีวิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กว่า 30 ท่าน ผ่านเวทีเสวนากว่า 7 ช่วง ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่การเงินเพื่อเมืองฟองน้ำ นวัตกรรมออกแบบเมือง ไปจนถึงบทบาทของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

งานนี้จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของเมืองไทย ทั้งน้ำท่วม อากาศร้อนจัด และภาวะขาดแคลนน้ำ ศาสตราจารย์ นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร รองอธิการบดี จุฬาฯ กล่าวเปิดงานว่า แม้ไทยจะมีแนวคิดออกแบบเมืองที่ดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดคือกลไกทางการเงินที่ทำให้แนวคิดเกิดขึ้นจริง โดยมี รศ.ดร.สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ในฐานะเจ้าภาพหลัก ร่วมกล่าวต้อนรับด้วย ในช่วงพิธีเปิดยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง มาดาม Victoire Vandeville ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ AFD กับ นาย Aaron Batten ผู้อำนวยการ ADB ประจำประเทศไทย

ตลอดวันมีวิทยากรจากหลายองค์กรร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ อาทิ ADB นำเสนอแนวทางเมืองฟองน้ำสำหรับไทย JICA แบ่งปันประสบการณ์ด้านการเงินเพื่อการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจาก UN-Habitat, UN ESCAP, ICLEI และ IUCN ประเทศไทย ขณะที่ภาคเอกชนอย่าง Veolia และ Dassault Systèmes นำเสนอนวัตกรรมแก้ปัญหาเกาะความร้อนในเมืองด้วยเทคโนโลยี Digital Twin ในช่วงท้ายของงาน ยังมีผู้แทนจากสมาคมวิชาชีพร่วมให้มุมมองด้านการออกแบบเมือง ได้แก่ คุณนำชัย แสนสุภา ที่ปรึกษาสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย (TALA) และคุณปวิตรา บุรีรักษ์ กรรมการจากสมาคมนักผังเมืองไทย (TUDA)

อีกไฮไลต์สำคัญคือการได้รับเกียรติจาก ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และ รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการ สกสว. ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในบริบทไทย พร้อมเสนอแนวคิดผลักดันมาตรฐานสากลด้านกรอบการลงทุนสีเขียว

หนึ่งในข้อเสนอที่โดดเด่นที่นำเสนอในช่วงท้ายของงาน คือ "Research Platform" ด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลากหลายคณะ ทั้งวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ให้ทำงานแบบบูรณาการข้ามศาสตร์ กำหนด Research Roadmap ร่วมกัน จับคู่โจทย์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมกับผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม และช่วยประสานยื่นขอทุนวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก โดยในปัจจุบันจุฬาฯ มี Research Platform แล้ว 9 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่ด้านอาหารและเกษตร สุขภาพ ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม

ในการกล่าวปิดงาน รศ.ดร.สุธี อนันต์สุขสมศรี รองคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เน้นย้ำว่า การพิจารณาเรื่องการเงินควรเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบโครงการ ไม่ใช่ช่วงท้าย เพื่อให้โครงการพัฒนาเมืองมีความพร้อมด้านการเงินตั้งแต่ต้น (bankable by design)

งานนี้ยังจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) โดยได้รับเกียรติจาก คุณ Leo Horn-Phathanothai ผู้ก่อตั้ง BKKCAW และผู้อำนวยการบริหาร JUTI ร่วมกล่าวและร่วมเป็นแนวร่วมสำคัญ

ช่วงท้ายงาน ที่ประชุมเสนอให้สร้างเครือข่ายความร่วมมือ “การเงินสีเขียวเพื่อเมืองที่มีภูมิคุ้มกัน” (Green Finance for Resilient Cities) เพื่อเชื่อมโยงนักวิชาการ ท้องถิ่น ภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย นักวางผัง และแหล่งเงินทุน ให้ทำงานร่วมกันต่อเนื่องในระยะยาว 

สำหรับหน่วยงานร่วมจัดงาน (10 หน่วยงาน — ไทยและนานาชาติ) ได้แก่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB), สำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (AFD), องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), Finance in Common (FiCS), ธนาคารโลก (World Bank), Bangkok Climate Action Week (BKKCAW), Just Transitions Incubator (JUTI), สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI), สถาบันพระปกเกล้า (KPI) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)