นักขับเคลื่อนด้านคราฟต์เบียร์ไทย แจงปมวิเคราะห์ดราม่า “ลิซ่า” หมดแก้ว ชี้อยากให้เห็นปัญหาของกฎหมายลูกในมาตรา 32/2 ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ที่ยังเป็นสุญญากาศ ห่วงรายย่อย ประชาชน แชร์โพสต์โดนมากกว่า

วันที่ 18 ก.ย. 2569 จากกรณีซูเปอร์สตาร์ระดับโลก “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ไปออกรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon ซึ่งเป็นรายการดังระดับโลก โดยในช่วงท้ายมีการพูดถึงสูตรเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ ซึ่งได้มาจากโลกออนไลน์ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงข้อกฎหมายในประเทศไทย 

ล่าสุดเฟซบุ๊ก “Arty Sivahansaphan” ของ อาทิตย์ ศิวะหรรษาพันธ์ นักขับเคลื่อนด้านคราฟต์เบียร์ไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายในมาตรา 32/2 ของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นหมวดที่เกี่ยวกับการโฆษณา 

โดยในโพสต์ดังกล่าว นายอาทิตย์ ระบุว่า “เคสลิซ่า อาจจะเข้าข่าย 32/2 ใน พ.ร.บ.ฉบับแก้ไข ระบุว่า ห้ามผู้ใดใช้ชื่อเสียงหาประโยชน์ส่วนตน เพื่อสื่อสารต่อสาธารณชน ด้วยการแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมุ่งหมายชักจูงให้ผู้อื่นบริโภค ยกเว้นเป็นการสื่อสารทางวิชาการในวงจำกัด โดยมีหลักเกณฑ์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด”

ที่ภาษามันชวนกำกวมแบบนี้ เป็นผลมาจากการที่ฝั่งต้านเหล้า ยืนกรานว่ายังไงก็ต้องมีการห้ามสื่อสาร (คำนี้ตีความแบบกว้างได้)  ทางเราซึ่งเป็น กมธ.เสียงส่วนน้อย ใช้เวลาเจรจาข้อนี้เกือบ 2 เดือน  กว่าจะได้ข้อยุติว่า ให้มีสร้อยต่อท้ายว่า ถ้าเป็นเรื่องวิชาการก็ขอให้สื่อสารได้  ไม่มีข้อแม้ยกเว้นว่า ถ้าสื่อนั้นๆ มาจากนอกราชอาณาจักร จะไม่มีความผิด ซึ่งข้อนี้เคยมีใน พ.ร.บ.เก่า แต่ยกเลิกไปแล้ว   

แต่ ณ วันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา กฎหมายลูกในหมวดมาตรา 32 ยังไม่ออกเลยสักข้อ ทำให้มันเป็นกึ่งสูญญากาศ ยังบังคับใช้กฎหมายในหมวดโฆษณาไม่ได้สักข้อ ขอไม่ออกความเห็นประเด็นว่าลิซ่าจะทำผิด พ.ร.บ.มั้ย  เพราะตีความกันงงแน่นอน แต่ขอออกความเห็นว่า เคสลิซ่าไปออกรายการที่อเมริกา บรรดาอนุกรรมการเอามาพิจารณาไปออกกฎหมายลูกแบบเหนือความคาดหมายแน่นอน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอาทิตย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า กฎหมายลูกในหมวดมาตรา 32 ยังไม่ออก ทำให้เรานิยามไม่ได้เลยว่า ทำอะไรได้บ้าง ผู้ผลิตรายย่อย ก็ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวโดนจับ ซึ่งที่ผ่านมา เราสู้รบปรบมือกันมานานมาก ใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญ ในการรวบรวมชื่อจนขอแก้ไขกฎหมายบางข้อได้ แต่พอแก้ได้ ก็มาติดปัญหากฎหมายลูกของมาตรา 32/2 เกี่ยวกับผู้มีชื่อเสียงอีก เพราะยังไม่มีอะไรมานิยาม แล้วใครเป็นผู้มีชื่อเสียง ซึ่งก็ต้องมาตีความกันจนปวดหัว ที่ผ่านมาใช้ดุลยพินิจจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่มีอะไรเป็นบรรทัดฐาน ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ยกเว้นว่าเป็นการสื่อสารทางวิชาการในวงจำกัด อาทิ การพูดถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่มา และกรรมวิธีในการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ 

แม้กระทั่งเรื่องการติดป้ายคำเตือน ก็โดนยัดกลับเข้ามาในกฎหมายลูกอีกว่า ห้ามแสดงให้เห็นตัวสินค้า ต้องมีคำเตือนขนาดเท่าไร และใช้พื้นที่ได้แค่ 5%  

และจากที่โพสต์ออกไป ตนไม่ได้กังวลว่าลิซ่าจะโดนอะไร แต่เป็นห่วงคนทั่วไปมากกว่า หรือแม้กระทั่งผู้ประกอบการรายย่อย ร้านข้าวต้ม หากมีการแชร์ภาพ หรือโพสต์ออกไป ก็สุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย ยกตัวอย่างที่ผ่านมา เคยมีคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น แล้วถ่ายภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนชั้นวางสินค้าลงโซเชียล กลับมาโดนหมายทันที เขาให้เหตุผลว่า ทำให้คนอยากบินไปกิน 

และอีกเรื่องที่ตนห่วงคือ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีระบบรับแจ้งการกระทำความผิด 24 ชม. เป็นระบบที่คล้ายการล่าแม่มด ใครจะแจ้งก็ได้ ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ต้องลงพื้นที่ไปทำการสอบสวน เพราะหากไม่ทำ ก็อาจจะโดนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และถ้าหากมีความผิด สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ ค่าปรับรายวัน ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ค้ารายย่อยจะโดนกันค่อนข้างมาก


ส่องหมวด 4/1 การโฆษณา ในพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

มาตรา 32/1 ห้ามผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เว้นแต่เป็นการให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ หรือประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม

มาตรา 32/2 ห้ามผู้ใดใช้ชื่อเสียงเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณชนโดยการแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมุ่งหมายชักจูงใจให้ผู้อื่นบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เว้นแต่เป็นการสื่อสารทางวิชาการให้แก่สมาชิกในวงจำกัด ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม

มาตรา 32/3 ห้ามผู้ใดโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งนั้น หรือโฆษณาโดยการนำเอาชื่อ เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตัด ต่อเติม หรือดัดแปลงข้อความให้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งนั้น ทั้งนี้ในลักษณะที่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าหมายความถึงการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

มาตรา 32/4 ห้ามผู้ใดให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมหรือเพื่อสาธารณประโยชน์แก่บุคคล กลุ่มบุคคล หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ในลักษณะที่ส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม

มาตรา 32/5 ห้ามผู้ใดเผยแพร่กิจกรรมหรือข่าวสารเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมอันมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 32/4”