รมว.พม. “นิกร โสมกลาง” เป็นตัวแทนรัฐบาลเสนอ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฯ เร่งคุ้มครองผู้ถูกกระทำ เพิ่มโทษหนัก ป้องกันเหตุซ้ำ พร้อมผนึกกำลังเครือข่าย
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. นำเสนอร่างพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวพ.ศ. ... ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวให้สามารถคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวมีประสิทธิภาพและมีกลไก มาตรการในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชัดเจนและสะดวกมากขึ้น เนื่องจาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน มีบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน ขาดความชัดเจนการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลในครอบครัว ซึ่งได้รับผลกระทบ รวมทั้งความไม่ชัดเจนสำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มีสาระสำคัญแบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้ 1. การกระทำความรุนแรงในครอบครัว เช่น กำหนดความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัว และการกำหนดบทบัญญัติคุ้มครองผู้แจ้งเหตุที่กระทำโดยสุจริต ให้ได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาและทางปกครอง 2. การคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เช่น กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ การจัดให้ผู้ถูกกระทำเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ อยู่ในสถานที่ปลอดภัยและร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และการทำหน้าที่เป็นผู้จัดการรายกรณี เพื่อให้การคุ้มครองช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 3. การดำเนินคดี เช่น กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามโฆษณา หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่าย โดยเท่าเทียมกัน กำหนดเขตอำนาจศาลให้ชัดเจน กรณีเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอื่น และกำหนดให้มีการจัดทำแผนแก้ไขและป้องกันการใช้ความรุนแรงในชั้นศาล 4. การบูรณาการและการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เช่น กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการบูรณาการและการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การบริหารงบประมาณ การจัดเก็บข้อมูล และ 5. บทกำหนดโทษ เช่น กำหนดโทษอาญา กรณีบุคคลในครอบครัวกระทำความผิด ตามมาตรา 6 และเพิ่มโทษหากการกระทำความผิดต่อเด็ก หรือเป็นการกระทำความผิดซ้ำภายใน 3 ปี รวมถึงกรณีผู้ใดลงพิมพ์โฆษณา หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนด้วยวิธีใดๆ ซึ่งภาพ เรื่องราว หรือข้อมูลใดๆ ที่อาจทำให้ทราบได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ถูกกระทำ หรือเป็นผู้กระทำ เว้นแต่เป็นไปตามข้อยกเว้น
นายนิกร กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จะเป็นการสร้างมาตรการ กลไกและกระบวนงานที่เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน อันจะส่งผลให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนมีส่วนที่สามารถยับยั้งและลดปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาทางสุขภาพ ปัญหาทางการศึกษา และปัญหาทางสังคมด้านอื่น ๆ ทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมและประเทศในอนาคต