เหตุไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน กลางดึก เฒ่าวัย 70 ปี ถูกไฟคลอกดับคาบ้าน เร่งสอบสาเหตุ ด้าน กทม. เปิดศูนย์พักพิงที่วัดดิสหงษาราม กำชับดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ เป็นพิเศษ

เมื่อเวลา 02.35 น. วันที่ 1 ก.ย. 69 พ.ต.ต.วัลลภ อิสริยสกุลวงศ์ สารวัตร(สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ริมถนนสุขุมวิท 3 ใกล้แยกมิตรสัมพันธ์ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.โชติพิสิษฐ์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผกก.ป.สน.พญาไท เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและรถดับเพลิง 10 คัน 

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวปลูกติดกันหลายหลัง ภายในชุมชนมักกะสัน ริมคลองแสนแสบ ชาวบ้านแตกตื่นวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น เจ้าหน้าที่เร่งตัดไฟ แล้วระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่องนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เพลิงไหม้บ้านเสียหายทั้งหมด 15 หลัง

พบผู้เสียชีวิต 1 ราย อยู่ภายในซากบ้านพักที่ถูกไฟไหม้ ทราบชื่อ นายลมพร ศรีประดิษฐ์ อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน สภาพถูกไฟคลอกดำเป็นตอตะโก 


สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีเสียงดังคล้ายคนเดินเท้าเหยียบขวดแก้ว จากนั้นมีคนเห็นแสงเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วที่บ้านหลังหนึ่งใกล้สถานที่รับเลี้ยงเด็กเล็ก ภายในชุมชนฯ ก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปอีกหลายหลังคา และไหม้ห้องน้ำสถานรับเลี้ยงเด็กเสียหายบางส่วน

สำหรับชุมชนมักกะสัน ลักษณะเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันกว่า 30 หลังคาเรือน เป็นชุมชนเก่านานกว่า 50 ปี มีผู้ป่วยจิตเวช 1 หลัง ส่วนนายลมพร ไม่พบประวัติการรักษาจิตเวช ซึ่งนายลมพรชอบสูบบุหรี่ และสะสมของเก่า คาดว่าอาจจะสูบบุหรี่แล้วก้นบุหรี่ปลิวไปถูกของเก่าจนเกิดเพลิงลุกไหม้

ต่อมาเวลา 05.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.พญาไท ให้เฝ้าสังเกตการณ์ภายในชุมชน เพราะเกรงจะมีผู้ไม่หวังดีแอบเข้าไปลักทรัพย์ในชุมชน พร้อมเปิดเผยว่า ตนกำลังจะออกไปวิ่ง แต่พอทราบเหตุจึงรีบมาดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านก่อน

เบื้องต้น กทม. ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่วัดดิสหงษาราม (วัดมักกะสัน) รองรับผู้ประสบภัยประมาณ 20–25 ครอบครัว หรือราว 50 คน พร้อมอาหาร น้ำดื่ม ที่นอน ห้องน้ำ และพื้นที่อาบน้ำ พร้อมกำชับให้ดูแลเด็กและผู้สูงอายุเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องการเรียน เครื่องแบบ สิ่งของจำเป็น รวมถึงประสานดูแลผู้มีโรคประจำตัวและผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่อง และเร่งตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่โดยรอบ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกว่า 120 คน พร้อมวางแนวทางรองรับเด็กในช่วงได้รับผลกระทบ กำชับดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่ต้องอพยพ ประสานตำรวจเรื่องการแจ้งความ และสำรวจทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่ยังกลับบ้านไม่ได้ ปิดทางเข้าจากฝั่งถนนเพชรบุรีชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย พร้อมประเมินสถานการณ์เพื่อเร่งเปิดเส้นทาง และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ กทม. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลความเสียหายและความต้องการของประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและทั่วถึง