ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ซีอีโอ CPF เปิดวิสัยทัศน์ใน THAIRATH FORUM 2026 สมรภูมิโลกผันผวน เน้นกระจายความเสี่ยง-ปรับตัวได้ง่าย
วันที่ 31 ส.ค. 2569 ในเวทีเสวนาครั้งสำคัญจากไทยรัฐกรุ๊ป THAIRATH FORUM 2026 : THAILAND IN THE NEW GLOBAL ORDER ที่รวบรวมผู้นำภาครัฐและภาคธุรกิจระดับประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย” เพื่อความอยู่รอด และการเติบโตท่ามกลางระเบียบโลกใหม่
โดยในงานได้รับเกียรติจาก คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กรรมการ รองประธานกรรมการบริหาร และประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CPF แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “สมรภูมิโลกผันผวน: หมากเกมใหม่และการจัด Portfolio ระดับโลก” เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นลมระดับโลกและความผันผวนโดยตรง ในยุคระเบียบโลกใหม่ที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก โดยเฉพาะความคาดเดาที่ยากของนโยบายสหรัฐฯ ยุคโดนัลด์ ทรัมป์ การแข่งขันของจีน และกำแพงการค้าจากยุโรปอีกมากมาย
เมื่อถามว่า CPF ซึ่งส่งออกและมีฐานการผลิตครอบคลุมหลายทวีป เมื่อมหาอำนาจสู้กันหนักขึ้นด้วยมาตรการภาษีและสงครามการค้า การจัดน้ำหนักตลาดส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศของพอร์ต CPF เปลี่ยนไปอย่างไร? เราจัดน้ำหนักการเติบโตระหว่างตลาดตะวันตกกับตลาดเอเชียอย่างไรในตอนนี้
คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กรรมการ รองประธานกรรมการบริหาร และประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CPF เปิดเผยว่า ด้วยโครงสร้างของธุรกิจ ไม่ว่าจะเกิดภาวะวิกฤติอะไรก็ตามแต่ ลักษณะองค์กรของเราเป็น Defensive Stock ขณะเดียวกันความเสี่ยงต่างๆ ของธุรกิจเราก็กระจายความเสี่ยงค่อนข้างเยอะ เรามีการลงทุนมีโรงงานและ ฟาร์ม กระจายอยู่ 17 ประเทศ และใช้อีกหลายประเทศเป็นฐานในการส่งออกสินค้า ปัจจุบันฐานหลักอยู่ที่ประเทศไทยส่งออกไป 40-50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นการกระจายค่อนข้างดี
มุมมองในอนาคต ทาง CPF เองมองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง แต่ถามว่าเราโฟกัสการลงทุนไปที่ไหนมากที่สุด ก็ยังเป็นแถบที่เราคุ้นเคยอย่างในเอเชีย เพราะความสัมพันธ์ในการทำงานคือต้องเข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละประเทศอย่างลึกซึ้ง อาจจะมีการขยายพอร์ตไปในประเทศต่างๆ ในยุโรป ซึ่งตอนนี้กำลังศึกษาเพิ่มคือแอฟริกา แต่ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นเพราะค่อนข้างไกล
แต่เราเชื่อว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวเชื่อว่า โลกเคยเป็นการค้าเสรีมาก่อน สู่การแยกขั้ว และสู่การพึ่งพาตัวเอง (Uncertainty) แต่ 2 ข้อหลังนั้นคนไทยอาจจะเห็นไม่ค่อยเยอะ เพราะเราอยู่ในประเทศที่มีเกษตรอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างดีพอสมควร ต่างจากหลายประเทศที่เจอปัญหา Food Security หรือ ความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นประเทศที่มีฐานผลิตค่อนข้างน้อย เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ซาอุดิอาระเบีย
ตอนนี้ในเชิงของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร เราจะห่วงในเรื่องของปศุสัตว์ เนื้อสัตว์ เราจะห่วงในเรื่องของ Food Security ว่าจะสามารถผลิตให้กับประเทศไทยหรือในแต่ละประเทศเพียงพอไหม จะสามารถเพียงพออยู่รอดได้ด้วยการผลิตเองหรือไม่
ซึ่ง ซาอุดิอาระเบีย เป็นตัวอย่างที่ดีมาก เพราะก่อนหน้านี้เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้ามหาศาล แต่ตอนนี้ในบางอย่างสามารถผลิตเองและส่งออกเองได้
อย่างไรก็ตาม หากมีการวางแผน กระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี โอกาสที่เราจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่ได้รุนแรง เพราะเราสามารถปรับตัวได้ง่าย.