ชายพิการตาบอด ร้อง ดร.ธนกฤต ถูกสวมสิทธิ์บัตรคนจน โผล่มีเมีย จดทะเบียนสมรส ลูกอีก 4 คน ทั้งที่โสดตลอดชีวิต หวั่นถูกนำชื่อไปทำเรื่องผิดกฎหมาย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ส.ค.69 ที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ครอบครัวตรีเจริญ นำโดย นางกัญญา ตรีเจริญ อายุ 81 ปี พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ตรีเจริญ อายุ 61 ปี ลูกชายเป็นผู้พิการตาบอดหนึ่งข้างและป่วยเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพฤกษ์ และนางกุลนันท์ ตรีเจริญ อายุ 50 ปี น้องสะใภ้ พร้อมญาติเดินทางเข้าพบ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังพบความผิดปกติทางทะเบียนราษฎรและการถูกสวมสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ
ญาตินายนิพนธ์ เปิดเผยว่า นายนิพนธ์ ป่วยพิการ ไม่มีรายได้อื่นนอกจากเบี้ยผู้พิการ ใช้ชีวิตยากลำบากอยู่กับแม่วัย 81 ปี กระทั่งน้องชายและน้องสะใภ้พาไปขึ้นทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลับแจ้งว่า มีผู้มาลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในชื่อของตนไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อประสานตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอำเภอแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม กลับพบข้อมูลสุดช็อกจากระบบว่า โผล่จดทะเบียนสมรสและมีบุตร 4 คน ทั้งที่นายนิพนธ์ครองตัวเป็นโสดมาตลอดชีวิต ไม่เคยมีภรรยาหรือบุตรแม้แต่คนเดียว ชื่อแม่ซ้ำซ้อน ในทะเบียนราษฎรพบชื่อนางกัญญา ผู้เป็นแม่ มีลูกที่ใช้ชื่อ นามสกุล และเลขบัตรประชาชนเดียวกันกับนายนิพนธ์ ซ้ำกันอีกหลายคน ถูกบีบให้เซ็นใบหย่า เมื่อมีการพูดคุยกับฝ่ายหญิงที่มีชื่อจดทะเบียนสมรสด้วย อีกฝ่ายกลับโยนให้ตนเป็นผู้เซ็นใบหย่า ครอบครัวเห็นว่าไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม เพราะตนไม่เคยจดทะเบียนตั้งแต่แรก
ครอบครัวระบุอีกว่า รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าที่ผ่านมาจะมีผู้สูญเสียประโยชน์หรือนำชื่อของนายนิพนธ์ไปสวมสิทธิ์ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย ตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อ ดร.ธนกฤต เพื่อขอความช่วยเหลือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบสืบสวนข้อเท็จจริง คืนสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐที่ควรได้รับ และแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนราษฎรให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยเร็ว
ด้าน นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ระบุว่า ทีมงานได้รับการร้องเรียนจากผู้เดือดร้อนเรื่องการสวมสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ ผู้เสียหายเป็นชายพิการตาบอด 1 ข้าง ไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับใคร แต่กลับมีชื่อจดทะเบียนสมรสกับหญิงที่ไม่รู้จักและมีบุตรด้วยกันถึง 4 คน พร้อมเตรียมประสานเรื่องการสวมสิทธิ์โครงการฯ กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาดูแลสวัสดิการของผู้พิการ หากพบการสวมสิทธิ์จริงหรือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องมีการกล่าวโทษและดำเนินคดี รวมถึงขยายผลว่ามีประชาชนรายอื่นถูกสวมสิทธิ์ลักษณะนี้อีกหรือไม่
นายปอง ทีมงานธนกฤต จิตอาสา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเอกสารทางราชการที่ระบุเลขบัตรประชาชน 13 หลักเดียวกันกับนายนิพนธ์ และใช้ชื่อแม่คนเดียวกัน แต่ปรากฏข้อมูลลูกในระบบทะเบียนราษฎรมากกว่า 4 คน รวมถึงมีประวัติจดทะเบียนสมรสที่อำเภอโนนไทย จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2533 แต่เมื่อไปขอตรวจสอบ เอกสารทะเบียนสมรสกลับสูญหาย นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ามีผู้นำชื่อไปใช้รักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช จึงกังวลว่าเลขบัตรที่ซ้ำซ้อนอาจถูกนำไปใช้แอบอ้างทำธุรกรรม ผูกเรื่องกู้หนี้ยืมสิน หรือสร้างคดีความผิดกฎหมายอื่นๆ ในอนาคต เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งตรวจสอบและแก้ไขโดยด่วน
นางกุลนันท์ ตรีเจริญ น้องสะใภ้ผู้ดูแล กล่าวว่า พยายามเรียกร้องความเป็นธรรมและแก้ไขปัญหานี้มานานกว่า 5 ปี ไปติดต่อทั้งอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง และยื่นเรื่องถึงสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องกลับไม่ก้าวหน้า เจ้าหน้าที่ท้องที่กลับแนะนำให้พาผู้เสียหายไปเซ็นใบหย่าเพื่อตัดปัญหาให้จบ ทั้งที่ครอบครัวมองว่าทำไม่ได้ เพราะการจดทะเบียนสมรสเป็นโมฆะตั้งแต่แรก เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้เป็นคนดำเนินการเอง จึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อ ดร.ธนกฤต เพื่อหวังว่าจะได้รับการคืนสิทธิ์สวัสดิการพร้อมแก้ไขข้อมูลทะเบียนราษฎรให้ถูกต้อง