เปิดเวทีผนึกพลังชุมชน ภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมมองอนาคตคุ้งบางกะเจ้า เพื่อออกแบบกลไกดูแลพื้นที่สีเขียวใกล้เมืองให้ยั่งยืน พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้คนในพื้นที่มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 69 ที่ TIJ Common Ground ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการวิเคราะห์ภูมิภาค เมือง และสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์ (RUBEA) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), เครือข่าย RoLD Fellows, Forest Guardians (ชุมชนพิทักษ์ป่า),  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), LANDPROCESS และ Bangkok Climate Action Week โดยการสนับสนุนของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จัด "เวทีผู้เชี่ยวชาญร่วมวิเคราะห์" (Expert Insight Workshop) ซึ่งเป็นเวทีที่ 2 ของกระบวนการมองอนาคตร่วม พื้นที่คุ้งบางกะเจ้า (Participatory Foresight & Alternative Futures Workshop)


เวทีครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากเวทีชุมชนร่วมคิด "ฟังเสียงบางกะเจ้า" (Share the Vision, Shape the Future @ Bang Kachao) ภายใต้กิจกรรม "OpenGov for Citizen พลเมืองเคลื่อนรัฐ ครั้งที่ 5" เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 69 ณ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งชุมชนได้ร่วมกันเลือกทิศทางการพัฒนาพื้นที่ตามแนวคิด "ความหลากหลายสู่รายได้ที่ยั่งยืน" ก่อนส่งต่อมาสู่การวิเคราะห์เชิงลึกร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในเวทีครั้งที่ 2 นี้

คุ้งบางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่สีเขียวเชิงยุทธศาสตร์สำหรับคนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครอบคลุม 6 ตำบล เนื้อที่ราว 11,819 ไร่ มีพื้นที่สีเขียวราว 5,600 ไร่ หรือ 47% ของพื้นที่ทั้งหมด มีประชากรกว่า 39,000 คน ใน 12,703 ครัวเรือน แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญแรงกดดันจากการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ภายในเวิร์กชอป ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันวิเคราะห์ปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางของบางกะเจ้าในอนาคต ครอบคลุม 5 ด้าน ทั้ง สังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และนโยบาย/การบริหาร (STEEP) พร้อมชวนมองย้อนกลับมาจากอนาคตปี 2050 ด้วยคำถามว่า "หากย้อนกลับมาได้ วันนี้เราควรเริ่มเปลี่ยนแปลงอะไร"

กระบวนการยังเชื่อมโยงกับแนวคิด Payment for Ecosystem Services (PES) หรือการสร้างกลไกให้ผู้ที่ดูแลธรรมชาติได้รับประโยชน์จากคุณค่าและบริการของระบบนิเวศ เพื่อให้การรักษาพื้นที่สีเขียวไม่เป็นภาระของชุมชนฝ่ายเดียว แต่เกิดเป็นระบบที่หลายภาคส่วน "ลงขัน" ทั้งความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือ

รศ.ดร.สุธี อนันต์สุขสมศรี ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการวิเคราะห์ภูมิภาค เมือง และสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์ (RUBEA) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “อนาคตของคุ้งบางกะเจ้าไม่ได้มีเพียงทางเลือกเดียวและไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมต่ออนาคตได้ด้วยการทำความเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว”

ด้าน ดร.อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวว่า “TIJ สนับสนุนเวทีนี้เพราะเชื่อในแนวคิด People-Centered Justice (ความยุติธรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง) ตามแนวทางของ OECD คือการอำนวยความยุติธรรมให้เป็นไปตามความต้องการ ปัญหา และการเข้าถึงของประชาชนเป็นหลัก ความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศต้องเริ่มจากการมีส่วนร่วม คนที่ดูแลพื้นที่สีเขียวให้คนทั้งเมือง ควรมีที่นั่งอยู่บนโต๊ะที่ตัดสินใจเรื่องอนาคตของบางกะเจ้าร่วมกัน”


ทั้งนี้ แนวคิดและภาพอนาคตที่ชุมชนร่วมออกแบบจะถูกนำไปสังเคราะห์เป็นภาพอนาคตร่วมของคุ้งบางกะเจ้า และข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่เป็นบวกต่อธรรมชาติ (Nature Positive Development) พัฒนาเป็นข้อเสนอที่สามารถเชื่อมโยงกับกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan) ของประเทศไทยภายใต้ Open Government Partnership (OGP) เพื่อผลักดันให้คุ้งบางกะเจ้าเป็นพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาที่เป็นบวกต่อธรรมชาติ

สำหรับก้าวต่อไป คณะผู้จัดเตรียมจัด “เวทีแลกเปลี่ยนชุมชน x Experts” เพื่อกลั่นกรองไอเดียสู่การลงมือทำจริง ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 ณ อุ่นใจริเวอร์ไซด์ บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อคัดเลือกแนวคิดที่มีศักยภาพและพัฒนาไปสู่กลไกหรือโครงการนำร่องที่สามารถลงมือปฏิบัติจริง และทำได้จริง