“ป้าดา” แถลงข้อพิพาทที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม ยันครอบครัวต้องการพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากที่ดินเป็นของวัดจริง ทายาทไม่ขัดข้อง สู้มา 20 ปี เพราะเห็นว่าเป็นกรรมสิทธิ์บรรพบุรุษ
วันที่ 17 ส.ค. 69 ที่ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ ป้าดา มีการแถลงข่าว กรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดิน วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น โดยเผยว่า วันนี้มีด้วยกัน 2 เรื่อง เรื่องแรก คือเรื่องของวัด ทางทายาทเข้าใจมาตลอดว่า เรามีกรรมสิทธิ์ เรามีโฉนด คือโฉนดเป็นของตามาตลอด เราจึงติดตาม เราใช้สิทธิ์ของบรรพบุรุษเราเท่านั้น เมื่อโฉนดเป็นของใคร กรรมสิทธิ์ในที่ดินก็เป็นของคนนั้น แล้วเมื่อเราตรวจสอบไปในทำเนียบวัด ก็ไม่มีชื่อวัดอยู่ในทำเนียบ ทำให้เรามีวันนี้ แต่ถ้าตรวจสอบอีก 3 หน่วยงานแล้วที่ดินเป็นของวัดจริงๆ ทายาทไม่ได้ขัดข้อง ไม่ได้จะเอาเป็นเอาตายว่า ถ้าไม่ได้ที่ดินวัดแล้วจะไม่มีกิน แต่จะสามารถพูดกับทุกคนได้ว่า นั่นคือทำบุญ แต่ทุกอย่างต้องถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องก็อีกเรื่องหนึ่ง ที่สู้มา 20 ปี ก็เพราะเห็นว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของบรรพบุรุษเท่านั้น
ส่วนกรณีที่มีหมายเรียกที่ขอนแก่น ซึ่งป้าดา อ้างว่าเป็นการเข้าไปในที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบรรพบุรุษแล้วโดนคดี ก็จะได้เดินทางไปที่ขอนแก่น โดยตนไม่ได้กังวล เพราะไม่ได้ฆ่าคนตาย กรรมสิทธิ์ก็ยังเป็นของ "ตาเฮียง พิมพ์ศรี"
สำหรับรายละเอียดในประเด็นอื่น ป้าดา ระบุว่าไม่ขอตอบคำถามเพิ่มเติม โดยยืนยันเพียงว่า ตนมีสถานะเป็นผู้จัดการมรดก
ป้าดายังตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องดังกล่าวมีคู่กรณีคือวัดกับทายาท จึงไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาตรวจสอบจึงไม่มีการเรียกฝ่ายทายาทเข้ามาร่วมด้วย เพราะเมื่อเกิดเรื่องขึ้นมามีสองฝ่าย ก็ควรเรียกทายาทไปด้วย แต่ที่ผ่านมาเป็นการตรวจสอบโดยมีฝ่ายวัดเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ครอบครัวก็มีสิทธิในการตรวจสอบเช่นกัน เพราะมีสิทธิตามโฉนด และหากสุดท้ายตรวจสอบแล้วเป็นของวัด ครอบครัวก็ไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้ต้องการไปเถียง แย่งเอา หรือชิงเอาอะไร
ส่วนกรณีที่ครอบครัวเคยตรวจสอบแล้วพบว่า “มันไม่มีในทำเนียบ ชื่อวัดไม่มีในทำเนียบของฝ่ายปกครองสงฆ์ เพราะไม่มีก็คิดว่าไม่ใช่วัด แต่สภาพของวัดที่ผ่านมา มันไม่โอเค” ขณะที่กรณีมีการตั้งข้อสงสัยว่า ป้าดาเป็นผู้จัดฉากให้คนเข้าไปสร้างความปั่นป่วนภายในวัด เจ้าตัวระบุสั้น ๆ ว่า “ตนอยู่กรุงเทพฯ”
แต่อีกเรื่องที่ตนกำลังจะเจอศึกหนัก และอยากประกาศให้คนในแผ่นดินนี้รับรู้ คือ ตนเคยถูกข่มขู่ คุกคาม พยายามฆ่า ไปอุ้มถึงหน้าบ้าน โดนหลายครั้ง เป็นเรื่องที่ดินที่พระโขนง อยากให้สื่อมวลชนไปตรวจสอบ เป็นที่ดินติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่พระโขนง ซึ่งอ้างว่าตัวเองเป็นผู้ต้องหาแต่ไม่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วประชาชนจะอยู่กันอย่างไร จึงอยากประกาศให้คนที่ถูกหน่วยงานรัฐรังแก ให้ออกมาสู้เพื่อความยุติธรรมของตัวเอง พร้อมฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ลงมาดูแลประชาชนบ้าง ได้เป็นนายกฯ แล้วก็หันกลับมาดูประชาชนเขาเดือดร้อนอะไร ซึ่งตนจะได้เข้าไปพบนายกฯ อนุทิน เพื่อให้มาแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
นอกจากนี้ยังฝากถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในสังกัด สิ่งที่ตนต้องการมากที่สุด คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ใครผิด ใครถูก