น.1 เผยเร่งตรวจสอบที่มาสารไซยาไนด์ ในร่างเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว คาดเกิดจากโฟม สายตรวจที่เข้าไปช่วยคนเจ็บ ก็ตรวจเจอสารนี้ รอผลสอบ บกพร่องหรือไม่ ปล่อยร้านเปิดเกินเวลา

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า จากการตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตพบว่ามีสารคาร์บอนมอนอกไซด์ (Co) และ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ (HCN) อยู่ในเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิด หากรวมกันจะทำให้เกิดการขาดออกซิเจนอย่างเฉียบพลัน หากได้รับสารนี้ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 นาที ก็จะทำให้เสียชีวิต 

ซึ่งผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ได้รับสารดังกล่าวจากการสูดดม ไม่ได้รับประทานหรือบริโภคเข้าไป ทำให้ขาดอากาศเสียชีวิต ซึ่งก็ต้องไปพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าสารทั้ง 2 ชนิดนี้เกิดขึ้นจากการเผาไหม้สิ่งใดในร้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากโฟม ซึ่งในร่างของตำรวจที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้นก็ยังมีสารชนิดดังกล่าวอยู่ในร่างกายทำให้ส่งผลต่อระบบการหายใจขณะที่เข้าไปช่วยเหลือด้วย

ส่วนการที่คณะกรรมาธิการ สส. ท้วงติงว่า ตำรวจปล่อยปละละเลยหรือไม่ที่ปล่อยให้ร้านอาหารเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จะเข้าข่ายมีความผิดบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ต้องรอผลการสอบสวนก่อน ได้ข้อเท็จจริงอะไรก็ต้องว่าไปตามนั้น.