“เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์หลังถูกแจ้งข้อหา ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี จี้เอาผิดผู้เกี่ยวข้องเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 69 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้” ผู้จดแจ้งพรรคก้าวล้ำ พา ว่าที่ร้อยโทชิตพงศ์ หรือ “หมวดนัท” เดินทางเข้ากราบไหว้พระที่วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร ภายหลังหมวดนัทถูกแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เดิมตั้งใจจะไปกราบพระแก้วมรกตที่วัดพระแก้วและร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แต่เมื่อไปถึงวัดปิด จึงเปลี่ยนมาทำบุญที่วัดสุทัศน์แทน พร้อมรับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์และอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย
พร้อมระบุว่า ได้ชวนหมวดนัทมาทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะเชื่อว่าคนที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมย่อมมีอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา เปรียบเหมือนการออกทะเลลึกที่ต้องเจอลมฝน แต่ตนเองชินกับเรื่องดังกล่าวแล้ว
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หากต่อไปผู้ที่ออกไปช่วยเหลือประชาชนต้องถูกดำเนินคดีเช่นนี้ อาสาสมัครมูลนิธิหรือผู้ที่ทำงานช่วยเหลือสังคมก็คงไม่กล้าแสดงตัวหรือสวมเครื่องหมายในการเข้าช่วยเหลือประชาชน พร้อมย้ำว่าหมวดนัทเป็นผู้ที่ตั้งใจทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ไม่ได้รับเงินเดือนจากภาครัฐ ไม่ได้ใช้ภาษีประชาชน แต่กลับรีบเข้าไปช่วยเหลือ ต่างจากบางหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง
...
นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งทีมทนายความ 4-5 คน นำโดยทนายอนันตลักษณ์ เพชรหิน เพื่อดูแลคดีของหมวดนัท โดยจะต่อสู้ทุกข้อกล่าวหา และหลังจากนี้จะลงพื้นที่พบปะประชาชนร่วมกันตามโอกาสที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรวจสอบผู้รับผิดชอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว โดยระบุว่าเหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 4 วัน ขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบการอนุญาตเปิดสถานประกอบการที่จดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่ดำเนินกิจการในลักษณะสถานบันเทิงเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย พร้อมตรวจสอบว่าใครเป็นผู้อนุญาต ใครมีส่วนเกี่ยวข้อง และใครต้องรับผิดชอบ
พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับการอนุญาตเปิดสถานประกอบการดังกล่าว หากเข้าข่ายกระทำผิด รวมทั้งเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงเวลา 23.00-01.00 น. ย้อนหลัง 10 วัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบว่ามีการเปิดเกินเวลาหรือไม่ และมีบุคคลใดเข้าใช้บริการ
นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า หมวดนัทไม่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานประกอบการ แต่กลับถูกดำเนินคดี ขณะที่ผู้มีหน้าที่โดยตรงควรได้รับการตรวจสอบ พร้อมย้ำว่าควรเร่งดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการเปิดสถานบันเทิงผิดกฎหมาย รวมถึงผู้มีอำนาจอนุญาต หากเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย และเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครดำเนินการอย่างจริงจัง
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงกรณีผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้สัมภาษณ์ว่าจะดำเนินการสั่งฟ้องทุกคดี โดยเห็นว่า การพิจารณาคดีอาญาต้องอาศัยพยานหลักฐานและเจตนา ผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และยังมีสิทธิชี้แจงข้อกล่าวหา พร้อมมองว่าการให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นการชี้นำหรือแทรกแซงการทำงานของพนักงานสอบสวน ซึ่งควรมีอิสระในการพิจารณาสำนวน
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ตำรวจเร่งออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับการเปิดสถานบันเทิงผิดกฎหมาย ตรวจสอบว่ามีนักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ พร้อมย้ำว่าคดีมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงควรให้ความสำคัญกับการหาผู้รับผิดชอบตัวจริง
ภายหลังการไหว้พระ ผู้สื่อข่าวถามว่าขอพรเรื่องใด นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ได้ขอพรให้ตนเองและหมวดนัทรอดพ้นจากทุกคดี เพราะเชื่อว่าหมวดนัทเป็นคนมีเจตนาดี พร้อมกล่าวว่า “ฟ้ามีตา เมื่อฟ้าเปลี่ยนสี ลมก็เปลี่ยนทิศ เมื่ออำนาจเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน” และยืนยันว่าหากหมวดนัทเป็นคนไม่ดี ตนจะไม่คบหา
ด้าน ว่าที่ร้อยโทชิตพงศ์ หรือ “หมวดนัท” กล่าวว่า วันนี้ได้มาทำบุญที่วัดสุทัศน์ ทำให้รู้สึกสบายใจ โล่งใจ และมีกำลังใจมากขึ้น พร้อมขอบคุณนายมงคลกิตติ์ที่ตั้งทีมทนายความช่วยดูแลคดี
หมวดนัท กล่าวว่า หากสิ่งใดที่ตนทำไม่เหมาะสมหรือผิดพลาด ก็ขอกราบขออภัย พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย หากผิดก็พร้อมยอมรับ แต่หากไม่ผิดก็จะให้การตามข้อเท็จจริง พร้อมขอความเมตตาจากสังคม ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการมีปัญหากับใคร และต้องการทำงานการเมืองในรูปแบบใหม่ที่เน้นการบูรณาการความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล พร้อมเดินหน้าผลักดันนโยบายตามแนวทางที่นายมงคลกิตติ์วางไว้ต่อไป.
...