มติที่ประชุมเห็นชอบ ตั้ง "ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช" นั่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลคนใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. 69 เดินหน้าพัฒนาทุกมิติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลคนใหม่ แทน ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล ที่กำลังจะหมดวาระ โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป
ศ.นพ.กีรติ ให้สัมภาษณ์ว่า ศิริราชจะเป็นสถาบันดูแลสุขภาพและสุขภาวะของมนุษยชาติและมุ่งมั่นยกระดับศิริราชให้เป็นที่ยอมรับและติดอันดับ 1 ใน 100 สถาบันการแพทย์ของโลก โดยเดินหน้าพัฒนาในทุกมิติ รวมไปถึงการเชื่อมโยงสู่นานาชาติ ซึ่งหลายมิติศิริราชได้พัฒนาจนมีความก้าวหน้า ซึ่งตนตั้งใจที่จะทำให้ศิริราชเป็นผู้นำและเป็นต้นแบบที่ให้สถาบันอื่นๆ ได้เรียนรู้จากสิ่งที่เราทำและนำไปใช้ก่อประโยชน์ในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ศิริราชมีคนไข้เข้ามารับบริการจำนวนมาก ในขณะที่พื้นที่มีจำกัด จึงต้องปรับอีกมาก โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความซ้ำซ้อน ลดความผิดพลาด เพื่อให้บุคลากรได้ดูแลทุกชีวิตอย่างมีคุณภาพ
...
ขณะเดียวกันจะต้องสร้างแรงจูงใจและธำรงรักษาให้บุคลากรทุกชีวิตอยู่ในระบบอย่างมีความสุขและมีความภาคภูมิใจ ส่วนเรื่องงบประมาณเป็นอีกเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากเรามีทรัพยากรจำกัด จึงต้องจัดสรรและบริหารงบประมาณให้ดีและมีประสิทธิภาพ ลดการทำวิจัยหรือสร้างนวัตกรรมที่ซ้ำซ้อนด้วยการประสานความร่วมมือกันในทุกมิติทั้งภาครัฐและเอกชน ตัวอย่างเช่น จีโนมิกส์ประเทศไทยที่เป็นโครงการวิจัยรวบรวมและสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ของคนไทย แบ่งให้ชัดเจนโดยให้รพ.จุฬาฯ ทำโรคหายาก (Rare disease) รพ.รามาธิบดี รับผิดชอบโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs ส่วนศิริราชทำเรื่องมะเร็ง เป็นการประสานความร่วมมือเพื่อให้เกิดความครอบคลุมทุกมิติและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ศ.นพ.กีรติ กล่าวด้วยว่า ศิริราชไม่สามารถเดินเพียงลำพังเพราะเราไม่ได้เก่งทุกด้าน เราต้องสร้างพันธมิตรนำความเชี่ยวชาญหรือแหล่งทุนจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุนพัฒนางานด้านต่างๆ รวมถึงสื่อสารมวลชนที่มีความสำคัญมาก ในการเป็นตัวกลางสื่อสารให้สังคมได้เห็นถึงผลงาน งานวิจัย นวัตกรรม และบริการต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นศิริราชหรือสถาบันต่างๆ ที่จะก่อเกิดประโยชน์ต่อสังคม ขณะเดียวกันยังเป็นตัวกลางเชิญชวนสังคมเข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนสถาบันในการคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น