อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย กระทรวง อว. และ DE ผนึกกว่า 20 หน่วยงาน เปิด "TSP Scale X Landing Program" พร้อมสร้างเส้นทางเติบโตใหม่ให้สตาร์ตอัปไทยและต่างชาติ
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 บริเวณชั้น 1 อาคาร Innovation Cluster 2 (อาคาร 19) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปทุมธานี: อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ TSP Scale X Landing Program ภายใต้แนวคิด "Two Journeys. One Ecosystem" ในโครงการ "Thailand Science Park Scale x Landing Program" โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยเล็งเห็นความจำเป็นในการสร้างกลไกสนับสนุนรูปแบบใหม่ ที่ไม่เพียงช่วยให้สตาร์ตอัปเข้าถึงเงินทุน แต่ยังเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับตลาด ภาคอุตสาหกรรม งานวิจัย และเครือข่ายพันธมิตรที่จำเป็นต่อการเติบโต เพื่อสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ตอัปและธุรกิจนวัตกรรม
โครงการดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อรองรับทั้งสตาร์ตอัปต่างประเทศที่ต้องการเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน และสตาร์ตอัปไทยที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา นักลงทุน และพันธมิตรนานาชาติในแพลตฟอร์มเดียว
...
ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันนวัตกรรมไม่ได้เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งทำงานเพียงลำพัง แต่เกิดจากความร่วมมือระหว่างงานวิจัย อุตสาหกรรม การลงทุน และผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นทิศทางที่ประเทศไทยต้องเดินต่อไป
หากต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ความท้าทายสำคัญของสตาร์ตอัปไม่ได้อยู่ที่การพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการเข้าถึงตลาด ลูกค้า ภาคอุตสาหกรรม บุคลากร และแหล่งทุนที่เหมาะสม เพราะไม่มีสตาร์ตอัปใดเติบโตได้เพียงลำพัง โดยเฉพาะเมื่อก้าวออกจากตลาดเดิม สตาร์ตอัปไม่ได้ต้องการเพียงเงินทุน แต่ต้องการการเข้าถึงเครือข่ายทางธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และพันธมิตรที่ช่วยลดเวลาและความเสี่ยงในการเติบโต
ภายใต้โครงการนี้ อวท. จะทำหน้าที่เป็น Ecosystem Orchestrator หรือผู้เชื่อมโยงศักยภาพของทุกภาคส่วนให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้สตาร์ตอัปสามารถเติบโตได้เร็วขึ้น ลดต้นทุน และลดความเสี่ยงในการขยายธุรกิจ
ท่ามกลางการแข่งขันด้านนวัตกรรมที่เข้มข้นในภูมิภาค อวท. มองว่าความสามารถในการเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี เงินทุน และตลาดเข้าด้วยกัน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายของธุรกิจเทคโนโลยีและสตาร์ตอัปของอาเซียนในอนาคต
ดร.จุฬารัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับสตาร์ตอัปต่างประเทศ โครงการได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Land • Localise • Commercialise เพื่อช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงในการเข้าสู่ตลาดไทย ตั้งแต่การจัดตั้งบริษัท การเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม การปรับผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดไทย การพัฒนาโครงการนำร่อง (Pilot Project) ไปจนถึงการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนสำหรับบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ตอัปจากทั่วโลก
ในอีกด้านหนึ่ง สตาร์ตอัปไทยจะได้รับการสนับสนุนในการเชื่อมโยงกับลูกค้า ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ห้องปฏิบัติการ และเครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อแก้โจทย์สำคัญของการเติบโต ไม่ว่าจะเป็น การขาดลูกค้า การขาดพื้นที่ทดลองใช้เทคโนโลยี หรือการขาดโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ
จุดเด่นของโครงการอยู่ที่การเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปเข้าถึงทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศได้จากจุดเดียว ไม่ว่าจะเป็น นักวิจัยจาก 5 ศูนย์วิจัยแห่งชาติ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิจัย โรงงานต้นแบบ บริการวิเคราะห์และทดสอบมาตรฐาน รวมถึงเครือข่ายบริษัทเทคโนโลยีกว่า 120 บริษัทภายใน อวท.
นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ทั้งหน่วยงานภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ตลอดจนองค์กรด้านนวัตกรรมและภาคอุตสาหกรรม อาทิ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด เพื่อร่วมกันสร้างเส้นทางการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการเทคโนโลยี
...
การเปิดตัว TSP Scale X Landing Program ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของการสนับสนุนสตาร์ตอัปไทย จากการมุ่งเน้นเพียงการบ่มเพาะหรือการให้ทุน ไปสู่การสร้าง "ตลาดจริง" และ "โอกาสทางธุรกิจจริง" ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ อวท. เตรียมเปิดรับสมัครสตาร์ตอัปเข้าร่วม TSP Scale X Landing Program รุ่นแรกอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ คุณสมบัติผู้สมัคร และขั้นตอนการสมัครเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์.