ไฟไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เตรียมเชิญพี่สาวเจ้าของร้านให้ข้อมูล หลังน้องสาหัสอยู่ ICU ขณะที่แฟนสาวซาวด์เอ็นจิเนียร์ ขอระงับส่งตัวกลับต่างจังหวัด หวั่นอันตราย เผยไร้การติดต่อเยียวยาจากร้าน
วันที่ 14 ก.ค. 69 ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก เตรียมเชิญ "พี่สาวเจ้าของร้าน" เข้ามาให้ข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับร้าน เนื่องจากเจ้าของร้านยังคงบาดเจ็บสาหัสและต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู (ICU)
วันเดียวกัน นางสาวประภารักษ์ แฟนสาวของ นายภานุวัฒน์ ทิพย์มณี ซาวด์เอ็นจิเนียร์ประจำโรงเบียร์ดังกล่าว ได้เดินทางมาที่ สน.พหลโยธิน เพื่อขอรับทรัพย์สินและรถยนต์ของผู้บาดเจ็บที่จอดทิ้งไว้หลังร้าน โดยนางสาวประภารักษ์ บอกว่า แฟนทำงานมา 3 ปี ไม่มีประกันสังคม ได้รับเงินรายวันจากแคชเชียร์เท่านั้น ตอนนี้เดือดร้อนหนักมาก และตั้งแต่เกิดเหตุ ยังไม่มีเจ้าของร้านหรือตัวแทนติดต่อมาเยียวยาเลย
พร้อมเปิดเผยเรื่องราวน่ากังวลใจเกี่ยวกับอาการและการรักษาตัวของแฟนหนุ่ม โดยแฟนหนุ่มถูกไฟคลอกร้อยละ 60 ของร่างกาย สูดควันพิษเข้าไปจำนวนมาก จนเกิดภาวะไตวาย และมีแผลฉกรรจ์ที่บริเวณท้อง ขณะนี้อยู่ในห้องปลอดเชื้อ รู้สึกตัวแต่ยังต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ปัจจุบันรักษาตัวภายใต้สิทธิ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) ซึ่งจะครบกำหนด 72 ชั่วโมงในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) และอาจต้องถูกส่งตัวกลับไปรักษาตามสิทธิ์บัตรทองที่จังหวัดลพบุรี ครอบครัวกังวลว่า การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในขณะที่ร่างกายยังไม่พ้นขีดอันตราย จะเป็นอันตรายถึงชีวิต และไม่มีกำลังทรัพย์พอหากมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างเกิดขึ้น จึงเตรียมหารือกับโรงพยาบาลเพื่อขอรักษาตัวที่กรุงเทพฯ ต่อจนกว่าอาการจะคงที่
...
น.ส.ประภารักษ์ บอกด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรับไม่ได้กับสภาพอาการที่แฟนบาดเจ็บในขณะนี้ เนื่องจากแฟนถูกพันผ้าทั้งตัวเหลือเพียงเท้าเหมือนมัมมี่ แต่ตนจำแฟนได้ พร้อมสื่อสารกับแฟนว่าให้เข้มแข็ง เนื่องจากมีลูกสองคนรวมถึงตนรออยู่ ซึ่งแฟนทำได้เพียงแค่พยักหน้าไม่สามารถสื่อสารอย่างอื่นได้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประกันสังคมได้เข้าพูดคุยและให้คำแนะนำแก่แฟนสาวผู้บาดเจ็บ โดยแนะนำติดต่อสายตรง สปสช. (1330) เพื่อประสานงานสิทธิ์การรักษา หากคนไข้ไม่สะดวกเคลื่อนย้ายกลับต่างจังหวัด สามารถประสานงานส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ผู้ป่วยอาศัยอยู่ได้ โดยขั้นตอนดังกล่าวสามารถทำได้หากได้รับการเซ็นรับรองจากทางนายจ้าง อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานต้องใช้เวลา จึงแนะนำให้รีบประสานงานโดยเร็วที่สุดเพื่อความต่อเนื่องในการรักษาตัวของคนไข้