ประกันสังคม ประชุมร่วมตำรวจ เร่งให้ความช่วยเหลือค่ารักษา เงินเยียวยา เหยื่อโรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจสอบไม่พบพนักงาน-ลูกจ้าง มีสิทธิประกันสังคม ช่วยประสานนำร่างลูกจ้างชาวลาว กลับภูมิลำเนา
ที่ สน.พหลโยธิน เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ค. 69 ตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม เดินทางมาร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามและสำรวจ กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ว่ามีบุคคลใดที่มีสวัสดิการหรือสิทธิประกันสังคม สำหรับเร่งรัดให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลรวมถึงเงินเยียวยากรณีได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งเบื้องต้นรับทราบข้อมูลกรณีมีบุคคลชาวลาวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทำหน้าที่เป็นพนักงานของร้าน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือรวมถึงแนวทางการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนา เนื่องจากมีข้อมูลว่าญาติได้ประสานผู้สื่อข่าว ให้ช่วยดำเนินการเพราะครอบครัวไม่มีช่องทางในการติดต่อ
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบโดยสำนักงานประกันสังคม ปรากฏรายชื่อผู้ที่มีสวัสดิการประกันสังคมมาตรา 33 และมาตรา 39 และมาตรา 40 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้า และเจ้าของร้าน โดยเฉพาะเจ้าของร้านมีสิทธิสวัสดิการประกันสังคมมาตรา 40 แต่ในส่วนของพนักงานและลูกจ้าง ไม่พบผู้ใดที่มีสิทธิสวัสดิการด้านประกันสังคมเลย อย่างไรก็ตามในส่วนนี้ กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม ให้ความคุ้มครองดูแลตามพระราชบัญญัติประกันสังคมโดยจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ร้านนี้ประกอบกิจการและมีการจ้างงานตั้งแต่เมื่อไร ก่อนจะมีการบังคับใช้กฎหมายกับนายจ้างให้นำลูกจ้างเข้าสู่ระบบย้อนหลัง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้ข้อแนะนำกับ นางสาวประภารักษ์ แฟนสาวของซาวด์เอ็นจิเนียร์ ที่ได้รับบาดเจ็บว่า ในเรื่องของการรักษาพยาบาล เคลื่อนย้ายส่งต่อผู้ป่วย ที่มีสิทธิ สปสช. เนื่องจากเจ้าตัวมีข้อกังวลว่า แฟนรักษาพยาบาลเกิน 72 ชั่วโมงแล้ว จะต้องถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลต้นสังกัด หวั่นจะมีค่าใช้จ่ายระหว่างทาง หรือแฟนได้รับบาดเจ็บเพิ่มระหว่างเคลื่อนย้าย ทางประกันสังคมจึงให้ข้อแนะนำว่า ให้ติดต่อสายตรง สปสช. ซึ่งสิทธิรักษาพยาบาล หากไม่สะดวกในการเคลื่อนย้ายไปยังต้นสังกัด เจ้าหน้าที่จะมีการประสานโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพที่อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ หากนายจ้างเป็นผู้เซ็นรับรอง
...
ทั้งนี้ การประสานงานต่างๆ ต้องใช้เวลา หากมีการประสานงานไปแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะดูแลอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ต้องดูแลอย่างครบถ้วน ขอให้ทางญาติสบายใจ