มูลนิธิสภาการสื่อมวลชนฯ จับมือกองทุนพัฒนาสื่อฯ สานต่อ "โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประจำปี 2569" จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 9 ครั้งสุดท้าย
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องมิตรไมตรี โรงแรมปริ๊นส์ตั้น พาร์ค เขตดินแดงมูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ โดยการสนับสนุนของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ เป็นการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 9 เป็นครั้งสุดท้ายของโครงการในปี 2569 มีนายดำฤทธิ์ วิริยะกุล บรรณาธิการข่าวภูมิภาค นสพ.ไทยรัฐ และนายณัฐพล ทองใบใหญ่ รองบรรณาธิการบริหารไทยรัฐออนไลน์ ร่วมเป็นวิทยากร
การสัมมนาครั้งนี้ ใช้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน มีโรงเรียนไทยรัฐวิทยาเข้าร่วมโครงการ 24 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 82 (โคกตองเจริญ) จ.นครราชสีมา, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน) จ.นนทบุรี , โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 11 (บ้านแข้) จ.มุกดาหาร, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 49 (บ้านวงเวียน) จ.เลย , โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 92 (ชุมชนนาข่า) จ.อุดรธานี, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 111 (บ้านทุ่งนางแก้ว) จ.สตูล , โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 105 (เชือกหม้วยวิทยา)จ.หนองคาย , โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล 8) จ.อุดรธานี, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 83 (บ้านห้วยโจด) จ.สระแก้ว, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 99 (บ้านแม่สุยะ) จ.แม่ฮ่องสอน , โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 104 (บ้านทุ่งกระถิน) จ.ราชบุรี, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 79 (บ้านหนองอาบช้าง) จ.เชียงใหม่
...
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 54 (วัดไสเสียด) จ.พังงา, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 31 (ทุ่งน้าวพุทธิมาศึกษากร) จ.แพร่, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 55 (วัดโบสถ์ดอนพรหม) จ.นนทบุรี, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 84 (บ้านสำราญเพี้ยฟาน) จ.ขอนแก่น, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 40 (บ้านควนโพธิ์) จ.สตูล, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 76 (บ้านพละ) จ.ชุมพร, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 46 (ดอกคำใต้) จ.พะเยา, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา70 (บ้านบางแก้ว) จ.สมุทรสงคราม, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 2 (วัดช้างใหญ่) จ.พระนครศรีอยุธยา, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 80 (วังปริงเพ็ชรไพศาล) จ.สงขลา, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๒ (บ้านเนินแร่ไพบูลย์ราษฎร์สงเคราะห์) จ.ชลบุรี และโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้ ได้มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ความรู้ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนปลาย 9 ครั้งทั่วประเทศ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 18 มิถุนายน ที่จังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 22 มิถุนายน ที่จังหวัดตราด วันที่ 24 มิถุนายน ที่จังหวัดสงขลา วันที่ 26 มิถุนายน ที่จังหวัดพิษณุโลก วันที่ 6-7 กรกฎาคม ที่กรุงเทพฯ และครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่กรุงเทพฯ
ทางด้าน น.ส.นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์ รองประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่าโครงการนี้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ที่เข้าร่วมโครงการ โรงเรียน ครูและนักเรียน โดยสื่อมีโอกาสในการเข้าถึงผู้อ่านมากขึ้นผ่านโรงเรียน ครูและนักเรียน ส่วนโรงเรียนจะเกิดกิจกรรมสร้างเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน จะเกิดประโยชน์กับเสริมสร้างมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ส่วนครูจะได้เรียนรู้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้หนังสือพิมพ์รวมทั้งสื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน สำหรับนักเรียนเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดการรู้เท่าทันเนื้อหาสาระที่สื่อนำเสนอ
ทั้งนี้ ในการดำเนินการโครงการปีนี้ให้น้ำหนักกับการสรุปผลการเรียนรู้ผ่านการทำแบบทดสอบก่อนและหลังการอบรม รวมทั้ง การถอดบทเรียนผลลัพธ์การเรียนรู้ของครู และตัวแทนนักเรียน ร่วมกับคณะทำงานของโครงการ และบรรณาธิการสื่อหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ซึ่งร่วมเป็นภาคีเครือข่ายอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น
รศ.สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จึงได้ออกแบบโครงสร้างของกิจกรรมและเนื้อหา แบ่งสัดส่วนเป็นการส่งเสริมการอ่าน 20 เปอร์เซ็นต์ การเรียนรู้ทักษะเท่าทันสื่อ 50 เปอร์เซ็นต์ และการนำความรู้ทักษะเท่าทันสื่อไปใช้ในชีวิตประจำวัน 30 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ จะมีการถอดบทเรียนทั้งครูและนักเรียน รวมทั้งภาคีสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนระดับชั้นป.5 ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการว่าหลังจากเข้าร่วมโครงการแล้วได้ผลลัพธ์ ทักษะการเท่าทันสื่อเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร เพื่อพัฒนาและขยายผลในโอกาสต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับรายละเอียดที่สำคัญของโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างเสริมศักยภาพให้แก่บุคลากรทางการศึกษา โดยมีกำหนดจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนปลาย 9 ครั้งทั่วประเทศ มีครูเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 150 คน เพื่อให้ครูนำความรู้ที่ได้ไปบูรณาการในการเรียนการสอนในห้องเรียน โดยมุ่งหวังผลลัพธ์เชิงคุณภาพที่สำคัญสูงสุด คือการทำให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนไม่น้อยกว่า 3,000 คนมีทักษะรู้เท่าทันสื่อในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง.