กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ยุคใหม่เปิดตัวระบบ “พม. CARE” พลิกโฉมบริการสวัสดิการสังคมสู่ดิจิทัล โดยเปิดให้ประชาชนสามารถยื่นขอเงินสงเคราะห์ต่างๆ ได้ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้อง Infinity Ballroom โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิด โครงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อประชาชน : สื่อสารและสร้างการรับรู้ระบบ “พม. CARE” โดย นายนิกร กล่าวว่า พม. ได้พัฒนาระบบการยื่นคำขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยตนเองในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ชื่อ “พม. CARE” เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนให้สามารถยื่นคำขอ ติดตามสถานะและเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมของพม. ด้วยตนเองได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง อีกทั้งยังช่วยให้หน่วยงานสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลกับระบบ พม. Smart และ MSO-Logbook ของ พม. ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ได้แก่ แอปพลิเคชัน ThaiD และทางรัฐ ที่ร่วมกันตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การยื่นคำขอและการพิจารณาสิทธิสวัสดิการสังคม ไปจนถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
...
นายนิกร กล่าวต่อว่า ประชาชนสามารถยื่นคำขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเองผ่านระบบอีเซอร์วิสบนโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ทโฟน โดยจะได้รับบริการในช่วงเดือน มิ.ย. – ก.ค.2569 สำหรับการขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ได้แก่ 1. เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน 2. เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน 3. เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัว 4. เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 5. เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง และ 6. เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก กรณีไม่ถนัดการใช้สมาร์ทโฟน หรือ อยู่ในพื้นที่ห่างไกลอย่าได้เป็นกังวล เพราะได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ พม. และเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่ทั่วประเทศ เข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกและสอนวิธีการใช้งานถึงบ้าน เพราะจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม. กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มอบนโยบาย พม. 8 ด้าน สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน ที่มุ่งใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ด้วยการสร้างฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง และเชื่อมโยงข้อมูลและสิทธิของประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้สิทธิครบ จบในระบบเดียวโดยอัตโนมัติ อีกทั้งสร้างราชการเป็นมิตรกับประชาชน ด้วยการปรับปรุงหน่วยบริการของรัฐให้เข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่ม ส่งผลให้ พม. มีการพัฒนาระบบออนไลน์สำหรับการยื่นคำขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยตนเอง เรียกว่า ระบบ “พม. CARE” และมีการเปิดโครงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อประชาชน : สื่อสารและสร้างการรับรู้ระบบ “พม. CARE” ในวันนี้ นับเป็นการปรับบทบาทของ พม. อย่างจริงจัง โดยเปลี่ยนจากผู้ให้ความช่วยเหลือไปสู่ผู้สร้างโอกาสและจากการทำงานแบบแยกส่วนไปสู่การทำงานแบบเชื่อมโยงทั้งระบบ นำไปสู่การยกระดับบริการด้านสิทธิสวัสดิการสังคมของ พม. ด้วยระบบ “พม. CARE” ที่เป็นการให้บริการผ่านช่องทางใหม่ ควบคู่กับช่องทางเดิม เพื่อรองรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า ในฐานะได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้กำกับดูแลการขับเคลื่อนระบบ “พม. CARE” ร่วมกับทีมงาน พม. ซึ่งระบบ “พม. CARE” นั้น ยึดกรอบแนวคิดสำคัญคือ C = Care การดูแลเอาใจใส่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง A = Access การเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างสะดวกและเท่าเทียม R = Response การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพและ E = e-Service การยกระดับการให้บริการของ พม. ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ดังนั้น ระบบ “พม. CARE” จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการให้บริการด้านสังคมของภาครัฐให้มีความทันสมัย โปร่งใสและเป็นธรรม อันนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างหลักประกันทางสังคมให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน