สำนักงานประกันสังคมเตือนภัยแรงงานผู้ประกันตนให้ระวังโรคมากับอากาศร้อน แนะกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือและดูแลสุขภาพ ย้ำกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้ารักษาได้ทันทีไม่เสียค่าใช้จ่าย
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมเตือนผู้ประกันตนให้เฝ้าระวังโรคมากับฤดูร้อน หลังประเทศไทยเข้าสู่ช่วงอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ประชาชน โดยเฉพาะลูกจ้างและผู้ประกันตนมีความเสี่ยงเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นจากอาหารและน้ำดื่มปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งสามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสภาพอากาศดังกล่าว โดยโรคต้องเฝ้าระวังในช่วงหน้าร้อน ได้แก่ โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วงเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ ไทฟอยด์และอหิวาตกโรค เป็นต้น รวมถึงโรคระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง โรคพิษสุนัขบ้าและภาวะความเครียด นอกจากนี้ อากาศร้อนจัดยังอาจก่อให้เกิดโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ภาวะอันตรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมได้แนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพเบื้องต้น โดยยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เลือกรับประทานอาหารและน้ำดื่มสะอาด สดใหม่ หลีกเลี่ยงน้ำแข็ง หรือเครื่องดื่ม เย็นจัดเกินไป ไม่ควรนอนรับลม หรือความเย็นทันทีขณะมีเหงื่อออก เนื่องจากอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายแปรปรวน นอกจากนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม และผลไม้ พร้อมหลีกเลี่ยงอาหารทอด มัน หรือ แห้ง เป็นต้น
...
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อว่า ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยสามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามสิทธิได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หากเกิดกรณีฉุกเฉินและไม่สามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลตามสิทธิได้ สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใกล้ที่สุดก่อนได้ โดยญาติ หรือผู้เกี่ยวข้องต้องรีบแจ้งสถานพยาบาลตามสิทธิ เพื่อดำเนินการส่งต่อและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง สำหรับค่าใช้จ่ายก่อนการแจ้งนั้น สำนักงานประกันสังคมจะรับผิดชอบภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง แรกตามหลักเกณฑ์กำหนด ผู้ประกันตนที่สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนสามารถยื่นเบิกคืนได้โดยใช้เอกสาร ได้แก่ แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01) ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จรับเงิน และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก อย่างไรก็ตาม พร้อมดูแลผู้ประกันตนทั่วประเทศ กำชับหน่วยงานและสถานพยาบาลในระบบให้ให้บริการอย่างเต็มที่ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง หรือสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง