กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption ชูข้อเสนอ “5 เปิด” รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ-ส.ก. 69 เดินหน้าผลักดัน “กทม.ต้นแบบความโปร่งใส”
ตามที่ “กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption” ได้ร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนต่อรัฐบาล ด้วยการปฏิรูปกฎหมาย พร้อมยกระดับ 4 หน่วยงานต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นั้น
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน กล่าวว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่จะถึงนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารเมืองหลวงให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง โดยย้ำหลักคิดสำคัญว่า “ผู้ว่าฯ พูดแล้วต้องทำ” กล่าวคือ ผู้บริหาร กทม. ต้องมีความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลจริง ทำตามสิ่งที่หาเสียงไว้ และมีระบบเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนติดตามตรวจสอบได้
คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน จึงได้จัดทำข้อเสนอ “5 เปิด” เพื่อส่งสารถึงผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่เป้าหมาย “กรุงเทพมหานครต้นแบบความโปร่งใส” ประกอบด้วย
...
1. เปิดข้อมูลเมืองแบบตรวจสอบได้ (Open Data)
- เปิดข้อมูลการจัดทำงบประมาณ ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง และข้อมูลสำคัญชุดต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย (machine-readable) แล้วพัฒนาให้เป็นฐานข้อมูลเปิดที่ทุกคนใช้ตรวจสอบได้ เชื่อมโยงข้อมูลบริษัทและสัญญาสัมปทาน/ร่วมทุนให้ประชาชนสืบค้นหาและวิเคราะห์ได้ ใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจจับโครงการเสี่ยง วิเคราะห์รูปแบบการจัดซื้อผิดปกติ
2. เปิดการมีส่วนร่วมภาคประชาชนบนแนวทางบริหารงานแบบรัฐบาลเปิด (Open Government) - เปิดให้ประชาชนร่วมติดตามโครงการระดับเขตตามแนวทาง Open Government Partnership (OGP) สร้างกระดานรวมข้อมูล (Dashboard) ติดตามการใช้จ่ายงบฯ และความคืบหน้าโครงการ ใช้ระบบประเมินความพึงพอใจ (Citizen Feedback) จากประชาชนที่ติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงาน กทม. ทุกระดับ และปกป้องผู้แจ้งเบาะแส
3. เปิดสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส (Open Contracting) - เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่จัดทำร่าง TOR กำหนดราคากลาง ผู้เสนอราคา สัญญา การแก้งาน การส่งมอบงาน จัดทำระบบติดตามโครงการก่อสร้างที่เปิดให้ประชาชนตรวจสอบได้ และใช้ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) กับโครงการขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงฮั้วประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยการตรวจสอบและยืนยันตัวตนเจ้าของบริษัทคู่ค้าในทุกสัญญา
4. เปิดกระบวนการอนุมัติ อนุญาต ลดการใช้ดุลยพินิจที่ไม่จำเป็น (Open Permitting Process) - ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ลดอำนาจใช้ดุลยพินิจ เพิ่มความชัดเจนในกฎหมายทุกระดับ กระบวนการออกกฎหมายต้องเปิดเผยให้ประชาชนร่วมพิจารณายกร่างได้ ลดและขจัดดุลยพินิจที่ไม่จำเป็นของเจ้าหน้าที่รัฐในทุกขั้นตอนการบริการ ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการอนุมัติใบอนุญาตต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์ ตัดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์ อีกทั้งมีระบบติดตามตรวจสอบขั้นตอนและผลลัพธ์การออกใบอนุญาตทุกประเภท และเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะเข้าถึงตรวจสอบได้
5.เปิดมาตรการกำกับและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชัน (Open Risks Management) - เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชัน เน้นป้องกันอย่างเป็นระบบที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ ตั้งแต่การระบุความเสี่ยง (Identification) การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Analysis) ไปจนถึงการป้องกันและปิดความเสี่ยง (Mitigation) รวมถึงระบุแผนงานและความคืบหน้าให้ประชาชนทราบสม่ำเสมอ รวมทั้งกำหนด KPI ด้านความโปร่งใส เปิดเผยผลลัพธ์การทำงานของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับ
“ปัญหาของ กทม. หลายเรื่องไม่ได้ขาดงบฯ แต่ขาดระบบตรวจสอบที่ประชาชนเข้าถึงได้ เช่น น้ำท่วม รถติด ขยะ PM 2.5 งบฯ ไม่ตรงกับความต้องการ ฯลฯ ล้วนเกี่ยวข้องกับความโปร่งใส ตราบใดที่ข้อมูลไม่เปิด ประชาชนย่อมตรวจสอบไม่ได้ วันที่ 28 มิ.ย. นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ กทม. ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการเป็นมหานครต้นแบบแห่งความโปร่งใสด้วยข้อเสนอ 5 เปิดนี้ เราหวังว่าภาคการเมืองจะตระหนักและรับฟังเสียงของประชาชน และขอให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแสดงพลังเลือกผู้สมัครที่มุ่งเน้นสร้าง กทม. โปร่งใส” นายพจน์กล่าว
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะฝ่ายวิชาการของ คณะทำงาน กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption กล่าวว่า การบริหารจัดการเมืองตามข้อเสนอ “5 เปิด” นั้น สาระสำคัญที่เป็นจุดร่วมของทุกข้อคือ การเปิดข้อมูลเท่ากับการเปิดอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม การที่ กทม. จะกลายเป็นมหานครต้นแบบความโปร่งใสได้ ยังขึ้นอยู่กับผู้นำที่จะต้องมุ่งมั่นจริงจังอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ “บริหารงานโปร่งใส ตั้งใจปราบโกง เชื่อมโยงประชาชน” ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันการทุจริตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนที่สุด
“ข้อเสนอนี้ไม่ใช่เพียงคำประกาศต่อต้านคอร์รัปชัน แต่เป็นการออกแบบระบบตรวจสอบและป้องกันการทุจริตที่เริ่มต้นจากการเปิดข้อมูล และให้อำนาจภาคประชาชนสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภาคการเมือง ลดการตัดสินใจแบบรวมศูนย์ นี่คือหัวใจของกรุงเทพฯ โปร่งใส” นายมานะกล่าว
ทั้งนี้ คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน จะเดินหน้าผลักดันข้อเสนอเชิงระบบเพื่อลดความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก เพื่อให้การบริหารเมืองในอนาคตมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง