สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลยื่นหนังสือถึงประธาน กสทช. จี้เร่งกำหนดแนวทางและทำแผนรองรับหลังใบอนุญาตทีวีดิจิทัลใกล้สิ้นสุดอายุในอีกไม่ถึง 3 ปี หวั่นส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) พร้อมผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ เข้ายื่นหนังสือต่อ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ณ อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. ถ.พหลโยธิน ซอย 8 กรุงเทพฯ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายดำเนินการออกประกาศแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ ภายหลังการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตปี 2572
ในหนังสือระบุใจความตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กสทช. อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรียกร้องให้บรรจุวาระการพิจารณาแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการหลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการดำเนินการ หรือประกาศแนวทางชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้
ทั้งนี้ สมาคมฯ เห็นว่า ช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปี ที่เหลือก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัลถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อระดับชาติที่มีบทบาทต่อระบบสื่อสารมวลชนของประเทศ สำหรับข้อเสนอสำคัญที่สมาคมฯ จะยื่นต่อ กสทช. ประกอบด้วย การเร่งจัดทำและประกาศ "แผนแม่บทและแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ภายหลังปี 2572" โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น รูปแบบการอนุญาตประกอบกิจการ โครงสร้างการให้บริการในทุกแพลตฟอร์ม หลักเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นธรรม มาตรการคุ้มครองสิทธิประชาชนในการเข้าถึงบริการฟรีทีวี รวมถึงแผนการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีและโครงข่าย
...
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการกำกับดูแลการให้บริการผ่าน OTT และแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีมาตรฐานและภาระต้นทุนที่เท่าเทียมกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน สมาคมฯ ยังเรียกร้องให้ กสทช. กำหนดกรอบระยะเวลาการประกาศแผนแม่บทดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเห็นว่าควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย.2569 เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ระบุว่า หากยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาวาระดังกล่าว ภายในกรอบเวลาเสนอ อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งสมาคมฯ และผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายต่อไปเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโทรทัศน์เป็นไปอย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลในระยะยาว