โชเฟอร์แท็กซี่วัย 66 ปี วูบดับคาพวงมาลัยกลางซอยประชาอุทิศ 27 ชาวบ้านเห็นรถจอดนิ่งครึ่งชั่วโมง ไปเรียกให้ขยับรถ จึงเห็นว่าหมดสติ รีบแจ้งกู้ภัย สุดท้ายยื้อชีวิตไม่ทัน

วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.25 น. ร.ต.อ.นราศักดิ์ วงค์โปทา รอง สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุมีผู้ป่วยหมดสติอยู่ภายในรถแท็กซี่สาธารณะ บริเวณกลางซอยประชาอุทิศ 27 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึง พบรถยนต์แท็กซี่สาธารณะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว-เหลือง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องนิ่งอยู่กลางซอย ภายในรถบริเวณเบาะคนขับพบร่าง นายทองยนต์ บุญศิริสุข อายุ 66 ปี นั่งฟุบอยู่หลังพวงมาลัยในสภาพหมดสติ ไม่ตอบสนองต่อการเรียก เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงใช้อุปกรณ์เปิดประตูรถ ก่อนนำตัวออกมาทำการปฐมพยาบาลและทำ CPR อย่างเร่งด่วน พร้อมประสานทีมแพทย์ฉุกเฉินในระบบเอราวัณเข้าช่วยเหลือ

ต่อมาทีมแพทย์ ALS เดินทางมาถึงและเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ใช้เวลาปั๊มหัวใจอยู่นาน แต่ผู้ป่วยยังไม่ตอบสนอง ก่อนแพทย์จะยืนยันการเสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช เข้าตรวจสอบ

จากการสอบถาม “ป้าแมว” แม่ค้าปลาหมึกย่างซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า เห็นรถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดนิ่งอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ชาวบ้านตั้งใจจะเดินไปบอกให้ขยับรถ เนื่องจากกีดขวางการสัญจร แต่เมื่อเดินเข้าไปดูพบว่าคนขับมีอาการคอตกและหมดสติ น้ำลายไหลออกมา จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้ามาตรวจสอบ โดยขณะนั้นรถยังล็อกอยู่และเครื่องยนต์ยังติดอยู่ตลอดเวลา

ด้าน น.ส.อนันตา อายุ 31 ปี หลานสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหลายโรค โดยเฉพาะโรคเบาหวาน และมักมีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะเป็นประจำ อีกทั้งยังประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่มานาน โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถของผู้เสียชีวิตเอง ซึ่งตนทราบข่าวจากพี่ชายโทรศัพท์มาแจ้ง ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก ก่อนรีบเดินทางมาจากจังหวัดสมุทรปราการทันที

...

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือบาดแผลแต่อย่างใด ขณะเดียวกันภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงพบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวขับเข้ามาจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนหยุดนิ่งเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนให้ญาตินำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป