ศาลให้ประกันตัว คนขับรถไฟ-พนักงานไม้กั้นคนโบกธง หลังตำรวจนำตัวฝากขัง พร้อมแจ้งข้อหาหนักในชั้นสอบสวน 2 ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
จากกรณีเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 พ.ค.2569 ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน นำตัว นายสยมพร สวนกูล พนักงานขับรถไฟขนส่งสินค้า และนายอุเทน จอมคีรี เจ้าพนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ต้องหาในคดี กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ไปฝากขังผัดแรก
พฤติการณ์แห่งคดีคือ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2569 เวลา 15.36 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีรถไฟเฉี่ยวชนกับรถโดยสารประจำทางทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บบริเวณรางรถไฟสถานีไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน พบว่าเป็นอุบัติเหตุระหว่างรถไฟบรรทุกสินค้าต้นทางแหลมฉบัง มุ่งหน้าปลายทางบางซื่อ ทราบชื่อผู้ขับขี่นายสยมพร สวนกูล กับรถโดยสารประจำทางสาย 206 ทราบชื่อผู้ขับขี่นายลาภิศ ทองบุญ ได้ขับขี่รถโดยสารคันดังกล่าวมาตามถนนอโศกดินแดง ทิศทางจากแยกถนนพระราม 9 เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ในขณะที่รถโดยสารจอดอยู่ในลักษณะคร่อมทางรถไฟ ได้มีรถไฟของนายสยมพร ได้ขับขี่มาจากทางด้านซ้ายของรถโดยสารและชนเข้าที่ด้านซ้ายของรถโดยสาร เป็นเหตุให้รถโดยสารเสียหลักไปชนกับรถคันอื่นที่จอดอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ทำให้มีทรัพย์สินเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิต
ต่อมาจากการสอบสวนพบว่า นายอุเทน เป็นพนักงานกั้นถนน ประจำอยู่กับเครื่องกั้นถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ ไม่ได้ทำการกั้นถนนเพื่อแสดงสัญญาณห้ามขบวนรถที่จะเดินทางมา ทำให้พนักงานขับรถไฟไม่เห็นสัญญาณให้หยุดขบวนรถ จึงทำให้ชนกับรถประจำทางที่จอดอยู่ในจุดเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พิจารณาแล้วว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาทของนายสยมพร นายลาภิศ และนายอุเทน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 คน เหตุเกิดที่ บริเวณรางรถไฟ แอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน ถนนอโศก - ดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน "กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย" อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59,291,300,390
ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังทำการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบพยาน 30 ปาก ผลตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ด้วยเหตุดังกล่าว จึงขอหมายขังระหว่างวันที่ 18-29 พ.ค. หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวน,ผู้เสียหาย,พยานสำคัญในคดี ขอคัดค้าน เนื่องจากเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
โดยนายสยมพร และนายอุเทนได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวโดยกำลังอยู่ในการพิจารณาของศาล
...
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอนุญาตให้ประกัน นายสยมพร และนายอุเทน
โดยภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว นายอุเทน ผู้ต้องหา ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง โดยใช้ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาเป็นหลักประกัน
โดยศาลอาญา พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติกรรมแห่งคดีแล้ว ข้อกล่าวหาตามคำร้องขอฝากขังเป็นความผิดอันเป็นการกระทำโดยประมาท ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ ทั้งผลจากรายงานประเมินความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราวอยู่ในระดับต่ำมาก กรณียังไม่มีหลักฐานส่อแสดงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน โดยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กับห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามกระทำการใดอันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน หากผิดสัญญาประกันให้ปรับ 150,000 บาท
และให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลเดือนละครั้ง ทำสัญญาประกัน ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบเมื่อสัญญาประกันสิ้นสุด กับแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนปล่อยตัว
สำหรับนายสยมพรศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติกรรมแห่งคดีแล้วข้อกล่าวหาตามคำร้องขอฝากขังเป็นความผิดอันเป็นการกระทำโดยประมาท ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ ทั้งผลจากรายงานประเมินความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราวอยู่ในระดับต่ำมาก กรณียังไม่มีหลักฐานส่อแสดงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวนโดยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมวางเงินประกัน 100,000 บาท หากผิดสัญญาประกันปรับ 150,000 บาท ห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ห้ามกระทำการใดอันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน กับให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลเดือนละครั้ง