คนขับรถไฟยอมรับ เสพกัญชา-ยาบ้า ก่อนเกิดเหตุ 10 วัน พบประวัติเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติด ตำรวจเตรียมเรียกนิติกร รฟท. สอบ ระเบียบการเดินรถ

ที่ สน.มักกะสัน เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 พ.ค. 69 พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 เปิดเผยหลังประชุมคดีรถไฟชนรถเมล์ นานกว่า 1 ชั่วโมง ว่า ที่ประชุมมีการตั้งคณะทำงานสอบสวนสืบสวนแบ่งหน้าที่การทำงานกัน เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถเมล์แล้ว ในความผิดฐาน ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ส่วนคนขับรถไฟและคนโบกธงให้สัญญาณ แจ้งข้อหา กระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัส คนขับรถไฟ กับคนโบกธงให้สัญญาณ ได้ให้การขัดแย้งกัน คนโบกธงให้สัญญาณยืนยันว่ามีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่า คนโบกธงไม่ได้ให้สัญญาณ ถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา

หลังจากนี้คณะทำงานจะแบ่งความรับผิดชอบกัน โดยจะมีการไปตรวจสอบทุกจุดตัดแยกที่รถไฟขบวนดังกล่าววิ่งผ่าน เพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้ความเร็วขณะผ่านแยกกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งตรวจสอบว่า คนโบกธงให้สัญญาณในแต่ละจุดตัดแยก มีการให้สัญญาณชัดเจนหรือไม่ และตอนนี้คณะทำงาน ได้ส่งหนังสือไปที่ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อขอเข้าไปจำลองเหตุการณ์ เพื่อดูมุมมองการขับรถ ก่อนจะเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล และขอเอกสารจากกล่องดำ พร้อมทั้งเรียกนิติกรของการรถไฟ มาสอบถามว่า ใช้ระเบียบ หรือมาตรฐานอะไรในการออกระเบียบการเดินรถ อนุญาตให้บุคคลขับรถไฟเนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีพนักงานคนขับรถไฟคนใดมีใบอนุญาตขับขี่จากกรมขนส่งทางราง

อย่างไรก็ตาม คนขับรถไฟมีการอ้างว่าเสพยาบ้า และกัญชาเป็นประจำ ครั้งละหลายเม็ด เสพครั้งล่าสุด 10 วันก่อนเกิดเหตุ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และจากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

...

ทั้งนี้ ตำรวจเตรียม บูรณาการกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายตรงจุดห้ามหยุดรถ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ