อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เผยผลกล่องดำรถไฟ พบปะทะรถเมล์ด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่มีการเบรกก่อนชนแค่ 100 เมตร ทั้งที่จริง บรรทุกของหนัก ต้องหยุดก่อน 2 กม.

วันที่ 17 พ.ค.2569 จากเหตุรถไฟชนรถเมล์ ซึ่งเป็นรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม สาย 206 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีก 30 ราย ล่าสุด ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยผลตรวจสอบข้อมูลจากกล่องดำของรถไฟที่ชนรถเมล์ เบื้องต้นพบว่า ขบวนรถไฟวิ่งเข้าปะทะรถเมล์ด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหยุดรถด้วยการใช้ระบบเบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake) ก่อนถึงจุดปะทะประมาณ 100 เมตร เท่ากับว่า คนขับรถไฟเริ่มเหยียบเบรกตั้งแต่ 100 เมตรก่อนหน้านั้น และต้องหาทุกวิถีทางเพื่อหยุดรถ หรือขยับตัวรถไม่ได้ แต่หยุดช้าเกินไป จนเกิดเหตุการณ์ขึ้น

ดร.พิเชฐ ระบุด้วยว่า ระบบอาณัติสัญญาณไม่ผิดปกติ ไม่บกพร่อง ยังทำงานได้อยู่ เพียงแต่ไม้กั้นไม่สามารถลงมากั้นได้ตามปกติ และคนขับรถไฟควรจะหยุด แต่หยุดช้าเกินไป 

อย่างไรก็ตาม การหยุดขบวนรถไฟ โดยเฉพาะขบวนที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีน้ำหนักรวมหลายพันตัน ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเกือบ 2 กิโลเมตร ฉะนั้น การเบรกในระยะ 100 เมตร ถือว่าช้าเกินไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐาน และข้อมูลแวดล้อมต่างๆ 

หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป