พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผบช.น.ติดตามความคืบหน้าคดี รถไฟชนรถเมล์ อยู่ระหว่างพิสูจน์หาสาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทของผู้ใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำป้อมรถไฟตีธงแดง คนขับรถไฟ หรือคนขับรถเมล์
จากกรณีอุบัติเหตุ ขบวนรถไฟชนรถเมล์ เหตุเกิดใกล้เคียงสถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน เมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. วานนี้ (16 พ.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผบช.น. เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี ที่ สน.มักกะสัน โดยมี พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน รายงานความคืบหน้า ใช้เวลาเกือบ 1 ชม.
พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า วันนี้เข้ามาดูเรื่องการทำสำนวนให้รัดกุมรอบคอบรวมถึงดูพยานหลักฐานความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตนกำชับให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทของผู้ใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำป้อมรถไฟ คนขับรถไฟ หรือคนขับรถเมล์ ว่า คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีการดำเนินการตามมาตรฐาน ปกติที่ต้องดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ เพราะเส้นทางดังกล่าวมีการจราจรติดขัดทุกวัน แต่เหตุใดถึงกลับเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
เบื้องต้นตำรวจมีการสอบปากคำคนขับรถไฟ แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้และแจ้งข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้ถึงแก่ความตาย ส่วนคนขับรถเมล์ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ ยังไม่ได้สอบปากคำ และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำป้อม ก็พาไปตรวจร่างกายและจะนำตัวมาสอบปากคำ
พฤติกรรมของคนขับรถไฟที่ดูจากกล้องวงจรปิดพบ เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำป้อมโบกธงแดง เพื่อบอกว่าเส้นทางข้างหน้าไม่ปลอดภัยและยังไม่ให้ผ่าน แต่คนขับรถไฟ กลับไม่ชะลอหรือหยุดรถทำให้ไปชนกับรถเมล์ที่จอดขวางอยู่บนถนน เบื้องต้นได้นำกล่องดำรถไฟมาแล้วและกำลังประสานผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ
ส่วนระเบียบการโบกธงแดง ต้องไปตรวจสอบว่าขั้นตอนการโบกนั้นต้องให้รถไฟห่างจากกี่เมตร และจะต้องโบกธงเขียวเพื่อเป็นสัญญาณให้ผ่านได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากกล้องวงจรปิดเห็นว่าพนักงานโบกธงเพียงไม่นานและหันหลังให้กับรถไฟถือว่าประมาทหรือไม่ พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปตรวจสอบ และต้องไปสอบถามกับการรถไฟถึงระเบียบดังกล่าว
ส่วนคนขับรถเมล์ที่ปรากฏจอดคร่อมรางรถไฟ จะต้องไปตรวจสอบว่ามีความผิด พ.ร.บ.จราจร หรือไม่ รวมถึงสัญญาณไฟแดงที่กระพริบในช่วงเกิดเหตุ ประเด็นนี้ต้องประชุมหารืออีกครั้งถึงแนวทางการแก้ไข รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนที่สัญจร ผ่านรางรถไฟให้เคารพกฎจราจรและมีจิตสำนึก เพราะยังมีเส้นทางร่วมทางแยกแบบนี้เป็นร้อยจุด
ขณะที่ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 30 คนแบ่งเป็นชาย 21 คน เป็นหญิง 9 คน ขณะนี้กลับบ้านแล้ว 14 คน คงเหลือรักษาตัวที่โรงพยาบาล 16 คน ส่วนรถที่ได้รับความเสียหายมี 9 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 5 คันและรถยนต์ 5 คัน
...
ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. นางสุรีพร พวงยอด หรือ เตี้ย อายุ 49 ปี น้องสาวของน.ส.เทียม พวงยอด อายุ 57 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เดินทางให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน กรณีรถไฟชนรถเมล์ที่แยกอโศกเพชรบุรี กล่าวว่า พี่สาวชอบนั่งรถเมล์ 206 เป็นประจำ เพื่อไปทำงานเป็นแม่บ้านให้บริษัทแห่งหนึ่ง ช่วงที่เกิดเหตุไม่ได้ติดต่อกับพี่สาว แต่ตนได้ติดต่อกับเพื่อนของพี่สาว ที่ทำงานด้วยกัน และให้หลานชายไปดูที่ห้องพักแต่ไม่พบ อีกทั้งพบบัตรประชาชนของพี่สาวอยู่ในที่เกิดเหตุ ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าพี่สาวอาจจะเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต เดินทางจากจ.ศรีสะเกษ ไปที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ส่วนขั้นตอนการรับศพของพี่สาวเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะสามารถรับกลับไปประกอบพิธีศาสนาได้ช่วงวันที่ 19 หรือ 20 พ.ค.นี้ เพราะต้องรอการตรวจดีเอ็นเอ
“ช่วงที่ผ่านมาพี่สาวทำงานอยู่ในกรุงเทพ ใช้ชีวิตเพียงคนเดียว กลับบ้านเมื่อ 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมา ยอมรับวินาทีที่รู้ข่าว เสียใจมาก ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นแบบนี้กับพี่สาวของตน ทั้งนี้อยากจะฝากบอกผู้ที่เกี่ยวข้องว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก”