วิน จยย. เผยนาที รถไฟชนรถเมล์ สัญญาณเตือนดัง แต่รถติดขัดยาว ขยับไม่ได้ หลังพุ่งชนรถเมล์ ลากไกลหลายเมตร ผู้โดยสารร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนไฟลุกท่วมทั้งคัน

วันที่ 16 พ.ค. 69 จากอุบัติเหตุ รถไฟชนรถเมล์ ซึ่งเป็นรถไฟขบวนสินค้าต้นทางจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ปลายทางสถานีบางซื่อ พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 206 เส้นทางเมกะบางนา-บางเขน บริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถโดยสารอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายสมคิด โตสอย วินจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ขณะรถไฟสินค้าพุ่งชนรถเมล์บริเวณทางข้ามรถไฟ โดยเจ้าตัวเล่าว่า เหตุเกิดช่วงประมาณบ่าย 2 โมงกว่าเกือบบ่าย 3 ซึ่งขณะนั้น ตนกำลังจะขี่รถไปส่งผู้โดยสาร และการจราจรติดสะสมยาว โดยเฉพาะบริเวณทางรถไฟที่มีรถติดค้างอยู่จำนวนมาก

ซึ่งก่อนเกิดเหตุ สัญญาณเตือนรถไฟดังปกติ แต่ไม้กั้นไม่สามารถปิดลงมาได้ เนื่องจากมีรถติดค้างอยู่บนรางรถไฟ โดยเฉพาะรถเมล์ที่จอดค้างอยู่ตรงกลางราง ขณะเดียวกันรถคันอื่นก็ยังแน่นเต็มพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้

เมื่อตนเห็นว่ามีรถไฟสินค้าวิ่งมาด้วยความเร็ว จึงพยายามตะโกนเตือนและเป่านกหวีดส่งสัญญาณให้คนขับรถเมล์รู้ตัว พร้อมกับเจ้าหน้าที่รถไฟที่พยายามช่วยกันส่งสัญญาณเช่นกัน แต่สุดท้ายไม่ทัน เพราะรถไฟเบรกไม่อยู่

นายสมคิด บอกว่า รถไฟวิ่งมาด้วยความเร็วสูง แม้รถไฟจะพยายามชะลอแล้วก็ตาม แต่ด้วยความที่เป็นขบวนรถสินค้าซึ่งมีน้ำหนักมาก ทำให้หยุดไม่ได้ ก่อนพุ่งชนรถเมล์เสียงดังสนั่น

หลังรถไฟชน รถเมล์ถูกลากไปไกลหลายเมตร และเริ่มมีเปลวไฟกับควันพวยพุ่งออกมา โดยในช่วงแรกไฟยังลุกไม่มาก ตนจึงรีบขึ้นไปช่วยผู้โดยสารที่ติดอยู่ในรถ บางคนร้องขอความช่วยเหลือ บางคนอยู่ในอาการมึนงงไม่ได้สติ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเลือดอาบหลายราย โดยตอนนั้นเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากผู้บาดเจ็บที่อยู่บนรถเสียงดังสนั่น

...

ทั้งนี้ นายสมคิด ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เห็นตรงหน้าสร้างความหดหู่ใจอย่างมาก และไม่อยากให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก และจุดดังกล่าวเคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง ทั้งรถจักรยานยนต์ คนเดินข้าม รวมถึงอุบัติเหตุจากรถติดบริเวณทางรถไฟ โดยเฉพาะวันธรรมดาที่การจราจรหนาแน่น

ตนจึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากให้ลงมาดูแลและแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงบริเวณนี้อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำอีก