“ทักษิณ” มารายงานตัวสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 และ แซวสื่อ “จำอะไรไม่ได้แล้วเนี่ย เป็นอัลไซเมอร์แล้ว” หลังผู้สื่อข่าวถามจำกันได้ไหม


หลังจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมครอบครัว ได้ขึ้นรถส่วนตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม มุ่งหน้าไปติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ กำไล EM (Electronic Monitoring Center) ที่สำนักงานคุมประพฤติ

ล่าสุด เวลา 08.39 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และมีทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายของนายทักษิณ ซึ่งเดินทางมาเพื่อรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1

โดยทันทีที่นายทักษิณเดินทางมาถึง น.ส.แพทองธาร ได้ประคองนายทักษิณขึ้นไปบนสำนักงานชั้น 2 โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ในการดำเนินการเรื่องเอกสาร

ภายหลังจากดำเนินเรื่องเอกสารเสร็จสิ้นแล้ว นายทักษิณได้เดินทางลงมา ก่อนยิ้มและโบกมือทักทายผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวได้มีการสอบถามว่า จำกันได้หรือไม่ เพราะตอนที่นายทักษิณเข้าเรือนจำครั้งแรกผู้สื่อข่าวได้วิ่งตามรถเพื่อเข้าส่งถึงหน้าประตูเรือนจำ นายทักษิณจึงตอบกลับว่า “จำอะไรไม่ได้แล้วเนี่ย เป็นอัลไซเมอร์แล้ว” หลังจากนั้นนายทักษิณ และ น.ส.แพทองธาร ขึ้นรถก่อนเดินทางไปบ้านจันทร์ส่องหล้า

อย่างไรก็ตาม นายเผด็จ หริ่งรอด ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ได้เข้ามาติดกำไล EM ที่ข้อเท้าข้างซ้ายให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา ก่อนเดินทางมารายงานตัวต่อที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1

...

สำหรับระเบียบการคุมประพฤติกรณีพักการลงโทษ นายทักษิณ นับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และในระหว่างการพักการลงโทษมีเงื่อนไขที่กำหนด คือ

  • ต้องพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนด หากจะย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงผู้อุปการะต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุมัติก่อน 
  • ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงาน 
  • ให้ประกอบอาชีพที่สุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
  • ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ และตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติ และเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟู และจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ เดือนละ 1 ครั้ง 
  • ห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่จะมีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ 
  • ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย
  • ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด 
  • ห้ามเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง หรือผู้ต้องกักกันอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน สถานกักขัง สถานกักกัน หรือสถานคุมขังอื่นใด 
  • ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดอีก