บอร์ดแพทย์และบอร์ดประกันสังคมเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์บำบัดทดแทนไต และกรณีการฟอกไตให้ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิการรักษาเข้าถึงบริการได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) การแพทย์และคณะกรรมการประกันสังคมเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ด้านการบำบัดทดแทนไต เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็ว เหมาะสมกับอาการ มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นและผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย
ทั้งนี้ การลงทะเบียนฟอกเลือด หรือ การล้างไตทางช่องท้อง ขณะนี้ ผู้ประกันตนสามารถยื่นขออนุมัติสิทธิได้เมื่อค่าการทำงานของไต (eGFR) ลดลงไม่เกิน 15 โดยในกรณีมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ มีประวัติโรคไตเรื้อรัง มีค่าการทำงานของไต หรือ ผลเลือด ถึงเกณฑ์ที่กำหนดและมีขนาดไตลดลงตามเกณฑ์จะสามารถได้รับการพิจารณาอนุมัติสิทธิจากสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ได้ทันที เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการรักษาโดยไม่ล่าช้า สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ให้เร่งรัดดำเนินการเสนอคณะกรรมการการแพทย์พิจารณาเป็นรายกรณี นอกจากนี้ ผู้ประกันตนยังสามารถผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดสำหรับฟอกเลือดได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนการฟอกเลือด
สำหรับการล้างไตทางช่องท้องนั้น ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการวางท่อสำหรับล้างช่องท้องได้ตั้งแต่ค่า eGFR ไม่เกิน 10 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มการรักษา สำหรับสิทธิการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ผู้ประกันตนที่ได้รับอนุมัติจะต้องเข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่กำหนดไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง ยกเว้นในบางกรณี เช่น ปัญหาเส้นเลือด ความดันโลหิตต่ำและอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ต้องเข้ารับการผ่าตัด หรือพักรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมถึงเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น ภัยพิบัติ เป็นต้น
...
ในส่วนของการปลูกถ่ายไต ผู้ประกันตนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและอยู่ระหว่างการฟอกเลือด หรือ การล้างไตอยู่แล้ว สามารถใช้สิทธิปลูกถ่ายไตได้โดยไม่ต้องขออนุมัติใหม่ ขณะที่ผู้ประกันตนที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ สามารถยื่นขอรับสิทธิได้ โดยต้องมีข้อบ่งชี้ตามหลักเกณฑ์ เช่น ค่า eGFR ไม่เกิน 20 และมีผู้บริจาคไต พร้อมทั้งจะสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายได้เมื่อค่า eGFR ไม่เกิน 10
นางสาวกาญจนา กล่าวอีกว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมกับสภาวะของโรคมากยิ่งขึ้น สำนักงานประกันสังคมจะยังคงเดินหน้าพัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนให้ได้รับบริการที่มีมาตรฐานและทั่วถึง โดยจากนี้ จะได้ออกประกาศคณะกรรมการการแพทย์ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป