คนกรุงร่วมใจ "ปิดไฟ 1 ชั่วโมง" ปี 2569 ผ่านกิจกรรมลดใช้พลังงาน (60+ Earth Hour 2026) สามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ได้ 32 เมกะวัตต์ ลดค่าไฟฟ้าลงได้ 144,958 บาท เมื่อเทียบกับเสาร์ที่ผ่านมา
วันที่ 28 มี.ค. 2569 นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดถึงผลความสำเร็จของการจัดกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ปี 2569 (60+ Earth Hour 2026) ซึ่งกรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักและสำนักงานเขต ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน รณรงค์และเชิญชวนผู้ประกอบการ อาคาร ร้านค้า ประชาชน ลดการใช้พลังงาน ปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ป้ายโฆษณา รวมถึงการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน ลดใช้เครื่องปรับอากาศในบ้านเรือน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองต่าง ๆ กว่า 7,000 เมือง 190 ประเทศทั่วโลก ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 20.30 – 21.30 น.
สำหรับในปีนี้ 3 แลนด์มาร์กของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ 2. เสาชิงช้าและวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร และ 3. ภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ด้วย
ผลการคำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าช่วงเวลาดังกล่าวในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยการไฟฟ้านครหลวง พบว่า สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 32 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ก่อนหน้า คือวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ 144,958 บาท ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 13.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เทียบได้กับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 1,350 ต้น ใน 1 ปี (ไม้ยืนต้น 1 ต้น สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อปี) เทียบกับเที่ยวบินกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ จำนวน 112 เที่ยวบิน หรือการใช้รถยนต์ดีเซลเป็นระยะทาง 81,000 กิโลเมตร หรือเทียบกับการปิดไฟครัวเรือน 60,750 ครัวเรือน
...
กรุงเทพมหานคร ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะโลกร้อนและปัญหาพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก จึงได้รณรงค์เพื่อกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ รวมถึงมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง นั่นคือกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ด้วยการร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน รณรงค์มาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งผลการจัดกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour) รวมระยะเวลา 18 ปี ลดการใช้พลังงานได้ 22,617 เมกะวัตต์ สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 12,330 ตัน สำหรับปี 2568 สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 134 เมกะวัตต์ สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 58.6 ตัน
อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานคร ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือในการลดการใช้พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดกิจกรรมปิดไฟฯ ในวันนี้ เป็นเพียงผลลัพธ์เชิงสัญลักษณ์ที่มากกว่าแค่การประหยัดพลังงานใน 1 ชั่วโมง แต่เป็นกิจกรรมที่ต้องการกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม ร่วมลดภาวะโลกร้อน และนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน โดยอาจเริ่มจากพฤติกรรมที่ทุกคนสามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้ หรือเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ปลูกต้นไม้ ลดการใช้รถยนต์ เดินทางด้วยยานพาหนะสาธารณะให้มากขึ้น ซึ่งเมื่อพลังเล็ก ๆ ร่วมกัน ก็จะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ อันจะนำไปสู่การลดภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สำนักสิ่งแวดล้อม กทม