"ทูตอิหร่าน" ประณามการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล มุ่งสังหารผู้นำและพลเรือน ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ประกาศปกป้องตัวเอง ในสภาวะสงครามเต็มรูปแบบ จนกว่าสงครามจะยุติ
วันที่ 4 มี.ค.69 ดร.นัสเชเรดดิน ไสดารี (H.E.Dr.Nassereddin HEIDARI) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำราชอาณาจักรไทย แถลงข่าวเพื่อชี้แจงรายละเอียด และจุดยืนต่อเหตุการณ์ในตะวันออกกลางต่อสื่อมวลชนในไทย
โดยระบุว่า เหตุการณ์วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ในระหว่างเหตุการณ์การรุกรานระลอกใหม่ที่ไม่มีการยั่วยุและไม่มีความชอบธรรม ซึ่งกระทำต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน เป็นการละเมิดกฎหมายสากล การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างรุนแรงและชัดเจน
เป้าหมายของการโจมตี โดยสหรัฐอเมริกาและระบอบอิสราเอลได้จงใจมุ่งเป้าโจมตีไปที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐสมาชิกสหประชาชาติที่มีอธิปไตย ซึ่งก็คือผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน อายะตุลลอฮ์ เซเยด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyed Ali Khamene'i)
นอกจากนี้ รายงานการโจมตีเป้าหมายพลเรือนถือเป็นอาชญากรรมสงคราม โดยภาพรวมสถานการณ์นับตั้งแต่เริ่มการรุกรานระลอกใหม่โดยสหรัฐฯ และระบอบอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 การโจมตีทางทหารได้มุ่งเป้าไปที่วัตถุพลเรือน สถานที่ที่ถูกโจมตีมีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล อุปกรณ์และบุคลากรบรรเทาทุกข์ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิต (Martyrdom) ของพลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก รวมถึงผู้หญิงและเด็ก และยังมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก
อิหร่านระบุว่านี่คือหลักฐานที่ชัดเจนของ “อาชญากรรมสงคราม” และ “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” ซึ่งสหประชาชาติต้องเร่งดำเนินการเพื่อยุติเหตุการณ์และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ เป็นการเรียกร้องต่อ UN
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ประกอบด้วยโศกนาฏกรรมที่เมืองมีนับ (Minab) ในวันแรกของการรุกราน มีการทำลายโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่ามีนับในจังหวัดฮอร์โมซกาน ส่งผลให้นักเรียนหญิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตถึง 165 คน โดยมีการกู้ร่างขึ้นมาจากซากปรักหักพังหลังใช้ความพยายามบรรเทาทุกข์หลายชั่วโมง การโจมตีเมืองอื่น ๆ ในวันเดียวกันมีการโจมตีที่ส่งผลให้เหล่านักเรียนเสียชีวิตในเมืองอื่น ๆ เช่น ทางตะวันออกของเตหะราน และเมืองเอบแย็ก (Abyek) ในจังหวัดกัซวีน การโจมตีหน่วยงานสากล วันที่ 1 มีนาคม 2026 มีการโจมตีมุ่งเป้าไปที่อาคารของสภาเสี้ยววงเดือนแดง (Red Crescent) และโรงพยาบาลในเตหะราน อาห์วาซ และเมืองอื่น ๆ รวมถึงอาคารที่พักอาศัย วันที่ 2 และ 3 มีนาคม 2026 มีการยิงขีปนาวุธใส่ย่านที่พักอาศัยที่มีประชากรหนาแน่นในจังหวัดเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Province) ทางตะวันตกของอิหร่าน
อิหร่านระบุรายชื่ออาชญากรรมสงครามที่ยืดเยื้อของสหรัฐฯ และระบอบอิสราเอลต่อชนชาติอิหร่าน ถือเป็นการละเมิดหลักการกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) ที่จัดตั้งขึ้นมาอย่างร้ายแรง และเป็นการท้าทายต่อหลักสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตของพลเรือนที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย “การกระทำเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดหลักการกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และเป็นการเพิกเฉยต่อการพิจารณาด้านมนุษยธรรมขั้นพื้นฐานที่สุด โดยเฉพาะการเคารพต่อสิทธิในชีวิตของพลเรือน”
เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยระบุว่า อิหร่านเข้าร่วมกระบวนการทางการทูตด้วยความสุจริตใจและจริงจัง ทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม เป็นการแสดงความตั้งใจจริงในการป้องกันสงคราม อย่างไรก็ตาม สงครามรุกรานต่ออิหร่านก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุดคือปฏิบัติการเพื่อลอบสังหารผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ส่งผลให้ในปัจจุบันอิหร่านอยู่ใน “สภาวะสงครามเต็มรูปแบบ” (State of all-out war) และเผชิญกับภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของชาติ ในฐานะรัฐที่เป็นเหยื่อของการรุกราน อิหร่านจึงมีสิทธิทุกประการที่จะป้องกันตนเองด้วยพละกำลัง ความเด็ดเดี่ยว และความมุ่งมั่น จนกว่าสงครามรุกรานนี้จะยุติลง
...
เอกอัครราชทูตอิหร่านกล่าวย้ำถึงสิทธิโดยชอบธรรมของอิหร่านในการประกาศสภาวะสงครามเต็มรูปแบบในขณะนี้ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้ลดธงครึ่งเสาและภาพอดีตผู้นำสูงสุด คาเมเนอี เพื่อไว้อาลัย