สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบเผยขบวนการบุหรี่เถื่อนยังระบาดหนักแม้ถูกไล่ล่าปราบปราม ทำรัฐสูญรายได้ปีละ 2.4 หมื่นล้าน แนะยกเป็นวาระเร่งด่วนเทียบเท่าสแกมเมอร์

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายสุเทพ ทิมศิลป์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) กล่าวว่า จากการสำรวจการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายในประเทศไทยไตรมาส 4 ปี 2568 พบยังมีอัตราการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายสูงมากถึง 25% ของปริมาณการบริโภคทั้งหมดในประเทศ คิดเป็นจำนวนประมาณ 700 ตู้คอนเทนเนอร์ ที่หลั่งไหลเข้าประเทศ สถานการณ์นี้ กำลังกัดกินระบบเศรษฐกิจของชาติอย่างรุนแรงในหลายมิติ 

ทั้งนี้ ขบวนการบุหรี่เถื่อนข้ามชาติปรับตัวเร็ว ยกตัวอย่างยี่ห้อเป็นที่นิยมอันดับ 1 ขณะนี้ อาจมีต้นทางจากประเทศตะวันออกกลาง หรือ อาเซียน เข้าสู่อีกประเทศแถบอาเซียน เพื่อลักลอบมาขายในประเทศไทยในพื้นที่ภาคใต้ มีการพบบุหรี่ยี่ห้อเดียวกันนี้ แถบประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีพรมแดนติด จ.สงขลา รวมทั้งลักลอบขึ้นฝั่งใน จ.นราธิวาส หรือ ปัตตานี แล้วส่งต่อมาที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นฮับกระจายสินค้าไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วผ่านระบบขนส่งพัสดุของบริษัทขนส่งของรัฐและเอกชน ส่งขายหน้าร้านในจังหวัดภาคใต้ผ่านสต็อกเคลื่อนที่บนรถตู้กระบะทึบ หลังได้รับ คำสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ขายและโฆษณาอย่างโจ๋งครึ่มโดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แต่มีการลักลอบดำเนินการได้

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ความเสียหายที่เกิดจากบุหรี่เถื่อนมี 3 ด้าน ได้แก่ รายได้รัฐ ปัญหาที่เกิดกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมและความเหลื่อมล้ำในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะบุหรี่ทุกซองจะสร้างรายได้ภาษีให้กับประเทศ เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทยและภาษีอบจ. ซึ่งเมื่อบุหรี่เถื่อนเข้ามาตีตลาด แน่นอนรัฐสูญเสียรายได้จากภาษีเหล่านี้ หายวับไปกว่า 24,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ เมื่อบุหรี่ถูกกฎหมายขายยาก ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอันดับแรกๆ คือชาวไร่ยาสูบและร้านค้ารายย่อย ที่ผู้ประกอบการน้ำดีสู้ราคาไม่ได้ ขณะที่มาเฟียบุหรี่เถื่อนกลับท้าทายกฎหมายทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์

ที่ผ่านมา หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะมีผลงานการจับกุมต่อเนื่อง และตัวเลขจะลดลงเล็กน้อยจากต้นปี 2568 ที่เคยพุ่งไปถึง 28.1% แต่มีข้อสังเกตน่าสนใจว่า ทำไมถึงไม่ลดลงไปมากกว่านี้ ทั้งที่มีปัจจัยภายนอกควรจะทำให้การลักลอบยากขึ้น เช่น ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ อุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งหลักของบุหรี่เถื่อนที่ส่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ประเทศไทยเป็นปลายทางและเป็นประเทศของการส่งสินค้าผ่านแดนเพื่อไปยังประเทศที่ 3 ต่อไป

ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ กล่าวอีกว่า ปัญหาบุหรี่ผิดกฎหมาย คือ ปัญหาแท้จริงที่ถูกซุกไว้ใต้พรม หากรัฐบาลยังมองแค่การสกัดกั้นหน้าด่าน แต่ไม่จัดการกับเส้นเลือดใหญ่ อย่างแพลตฟอร์มออนไลน์ และการส่งพัสดุ ปัญหานี้ จะไม่มีวันจบสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใด หรือ ภายใต้การนำของพรรคการเมืองไหน ภารกิจปราบปรามทุจริตและสินค้าเถื่อนต้องเป็นวาระเร่งด่วนเทียบเท่าปัญหาสแกมเมอร์ รัฐบาลรับรู้ตัวเลขความเสียหายรวมกว่า 31,000 ล้านบาท อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ขอเรียกร้องให้ดำเนินการเข้มข้นจริงจัง

สำหรับข้อเสนอถึงแนวทางการจัดการกับปัญหาบุหรี่เถื่อนในปี 2569 นั้น จำเป็นต้องขยายการปราบปราม สืบสวนสอบสวน ถอนรากถอนโคนขบวนการและเพิ่มมาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิด โดยเฉพาะความผิดฐานฟอกเงิน ควบคู่ไปกับการเพิ่มการตรวจสอบร้านค้ารายย่อย การลาดตระเวนทั้งแนวชายแดนทางบกและทางทะเล นอกจากนี้ ควรมีการทบทวนแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินค้าผ่านแดน การสำแดงเท็จ ที่เป็นช่องโหว่ให้บุหรี่เถื่อนวนกลับเข้ามาขายในประเทศไทยได้ และที่สำคัญ คือ การตัดวงจรอุบาทว์นี้ โดยต้องสั่งให้แพลตฟอร์มออนไลน์หยุดการโฆษณาการขายบุหรี่เถื่อนและหามาตรการในการปิดกั้น กลั่นกรองเพจและร้านค้าที่ผิดกฎหมายโดยแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบไม่ใช่ปล่อยปะละเลยแบบในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม จะรอให้ความเสียหายทะลุ 3 หมื่นล้านบาท ไปมากกว่านี้ ไม่ได้อีกแล้ว รัฐต้องปกป้องผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมายและประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้กลุ่มผู้ทุจริตได้บั่นทอนผลประโยชน์ของผู้ที่เคารพกฎหมาย รวมถึงบนความบอบช้ำของเศรษฐกิจไทย