เตรียมจัดงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มครั้งใหญ่ในประเทศไทยระหว่างวันที่ 3–5 มิ.ย.2569 ท้าทายภาวะกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแถลงข่าวเตรียมจัดงาน "2nd Asia Sourcing Show 2026 (Textiles & Apparel)" และงาน "Global Sourcing Summit 2026" ขึ้น ระหว่างวันที่ 3–5 มิ.ย.2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ซึ่งงานดังกล่าว เป็นงานรวมตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มระดับโลก มีเป้าหมายผลักดันประเทศไทยเป็นประตูสำคัญของการจัดหาสินค้าระดับโลก เวทีเจรจาอุตสาหกรรม และศูนย์กลางความร่วมมือข้ามพรมแดน

นายเอส.เอส. ซาร์วาร์ Group CEO, CEMS-Global USA & Asia-Pacific  ผู้จัดงาน 2nd Asia Sourcing Show 2026 (Textiles & Apparel) และ งาน Global Sourcing Summit 2026 กล่าวว่า Asia Sourcing 2026 ได้รับการออกแบบ ให้เป็นแพลตฟอร์มการจัดหาสินค้าแบบหลายประเทศอย่างครบวงจร โดยผสานการจัดงาน 2nd Asian International Apparel Sourcing Show และ 2nd Asian International Yarn & Fabric Sourcing Show เข้าด้วยกัน นำผู้ผลิตชั้นนำตลอดจนห่วงโซ่มูลค่าสิ่งทอ ตั้งแต่เส้นด้าย ผ้า จนถึงเครื่องนุ่งห่มสำเร็จรูปและอุปกรณ์เสริม มารวมไว้ในที่เดียวกัน จากการร่วมมือขององค์กรพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ The International Apparel Federation (IAF) และ ASEAN Federation of Textile Industries (AFTEX) และมีองค์กรสนับสนุน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย (NFTTI) สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ(THTI) รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) 

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มระดับเรือธงนี้ ถูกพัฒนาให้เป็นตลาดจัดหาสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มแบบหลายประเทศระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับผู้ผลิตไทย แบรนด์ไทยและศักยภาพอุตสาหกรรมของไทยสู่เวทีโลก ด้วยการสนับสนุนจากองค์กรและหน่วยงานอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ งานนี้ มีเป้าหมายเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค ส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการผลิตของอาเซียนและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของเอเชียกับผู้ซื้อและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก ทั้งนี้ 2nd Asia Sourcing Show 2026 เป็นส่วนหนึ่งของ Textile Series of Exhibitions ของ CEMS-Global USA ซึ่งจัดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก เช่น บังกลาเทศ บราซิล โมร็อกโก ศรีลังกาและไทย

นายเอส.เอส. กล่าวต่อว่า ตลาดเชิงกลยุทธ์สำหรับอุตสาหกรรมโลกกำลังเปลี่ยนแปลง ในขณะที่อุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มทั่วโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญจากการกระจายห่วงโซ่อุปทาน ภาษีการค้า พันธมิตรทางการค้าใหม่ แนวคิด Nearshoring และการเติบโตของกลุ่มการค้าในภูมิภาคเอเชียได้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการผลิตและการจัดหาสินค้าระดับโลกอย่างชัดเจน Asia Sourcing 2026 ถูกออกแบบเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ด้วยการสร้างตลาด จัดหาสินค้ารวมศูนย์เชื่อมโยงผู้ผลิตในเอเชียกับผู้ซื้อระดับภูมิภาค และนานาชาติที่ต้องการความยืดหยุ่น ตลอดจนการจัดหาจากหลายประเทศ งานนี้ จะนำเสนอศักยภาพของผู้ผลิตจาทั่วเอเชียเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อทั่วโลกค้นพบพันธมิตรใหม่ ขยายเครือข่ายการจัดหาและสำรวจนวัตกรรมสินค้า รวมทั้งเทคโนโลยีในจุดหมายเชิงกลยุทธ์แห่งเดียว 2nd Asia Sourcing Show 2026 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นแพลตฟอร์ม B2B ระดับเอเชียที่ทรงพลัง เชื่อมโยงประเทศผู้ผลิตชั้นนำของเอเชียกับผู้ซื้อจากเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป อเมริกาเหนือ ตะวันออกไกลและออสตราเลเซีย โดยมีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเชิงภูมิศาสตร์และการค้าของภูมิภาค

สำหรับการประชุม Global Sourcing Summit 2026 นั้น จะจัดควบคู่กับนิทรรศการ จะรวบรวมสหพันธ์ระดับโลก สมาคม ผู้กำหนดนโยบาย แบรนด์ ผู้บริหารฝ่ายจัดหาและผู้นำความคิดของอุตสาหกรรม เพื่อหารือเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับอนาคตของการผลิต การค้าระหว่างประเทศและการเติบโตอย่างยั่งยืน จะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพแพลตฟอร์มการจัดหาสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มระดับโลกในขนาดและขอบเขตเช่นนี้ ช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไม่เพียงในฐานะฐานการผลิต แต่ยังเป็นประตูสำคัญสู่การจัดหาในเอเชีย โดยภายในงานจะประกอบด้วยผู้ผลิตและผู้ส่งออกเครื่องนุ่งห่มชั้นนำจากเอเชีย ซัพพลายเออร์เส้นด้าย ผ้า อุปกรณ์ตกแต่งและวัสดุเสริม ผู้พัฒนาเทคโนโลยีและเครื่องจักรสิ่งทอ เวทีสร้างเครือข่าย การแบ่งปันความรู้และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ คาดว่า จะมีผู้ประกอบการต่างชาติร่วมแสดงสินค้า 350 ราย จากทั่วโลก และกลุ่มธุรกิจคนไทย  70 ราย 

ด้านนายจำนงค์ นวสมิตวงศ์ ตัวแทนสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งอาเซียน (AFTEX) ประจำประเทศไทย กล่าวว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยถึงเวลาเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เพื่อรับกับการแปลงตลาดโลกและการมีงาน 2nd Asia Sourcing Show 2026 และ Global Sourcing Summit 2026 พร้อมพลิกโฉมห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งไทยได้ใช้เวทีงานนี้ เสริมสร้างความแข็งแรงในภูมิภาค อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยยังมีโอกาสในตลาดเอเชียที่มีประชากมากกว่า 5,000 ล้านคน

นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่มไทยในปีที่ผ่านมา ช่วงเดือน ม.ค.- พ.ย.2568 พบว่า มีโรงงานเปิดกิจการใหม่ 25 โรงงาน จากปัจจุบันที่มีโรงงานสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่มไทย 2,629 โรงงาน แบ่งเป็นโรงงานเสื้อผ้าสำเร็จรูป 812 โรงงาน เคหะสิ่งทอ ผ้าเคลือบและอื่นๆ 542 โรงงาน ที่เหลือเป็นสิ่งทอหมวดอื่นๆ  ขณะที่การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่มปีที่ผ่านมานั้น มีมูลค่า 6,145.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 2 แสนล้านบาท ตลาดหลักสำคัญที่ส่งออก คือ สหรัฐฯ มีส่วนแบบ 22.3% แต่ปี 2569 มีความเสี่ยงเรื่องภาษี 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวเน้นคุณภาพยั่งยืน ปรับขบวนการผลิตเป็น Green Industry ผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมเฉพาะตัว ขณะที่ประเทศคู่ค้าหลักอย่างญี่ปุ่น (Share 11.2%) และสหภาพยุโรปเริ่มบังคับใช้มาตรฐานด้านความยั่งยืนเข้มงวดขึ้น หากผู้ผลิตไทยไม่ปรับตัวสู่สิ่งทอสีเขียว (Eco-friendly Textiles) จะเสียโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มตลาดพรีเมี่ยมเหล่านี้ เปลี่ยนจากการเน้นปริมาณและราคาไปสู่นวัตกรรมและความยั่งยืน เพื่อหนีจากสงครามราคากับสินค้าจีนและเพื่อรองรับมาตรฐานใหม่ของโลก Creative Economy driven Industry toward Sustainability

...

ส่วนนายสุธี โฆษิตวงศ์สกุล รองเลขาธิการสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย (NFTTI) กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรับมือตลาดโลกที่เปลี่ยนไป งาน 2nd Asia Sourcing Show 2026 และงาน Global Sourcing Summit 2026 จะพร้อมพลิกโฉมห่วงโซ่อุปทานโลกเป็นแพลตฟอร์ม B2B ระดับเอเชียที่ทรงพลัง เชื่อมโยงประเทศผู้ผลิตชั้นนำของเอเชียกับผู้ซื้อจากเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป อเมริกาเหนือ ตะวันออกไกลและออสตราเลเซีย ประเทศไทยจะได้ใช้เวทีงานนี้ ก้าวสู่ตลาดนานาชาติ ที่ผ่านมา ตลาดสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่มไทยเติบโตอย่างมากบนแพล็ตฟอร์ม