SIRIVANNAVARI เผยโฉม "จิวเวลรีบูติค" แห่งแรกของแบรนด์ โดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ผสานเสน่ห์ความเป็นไทยสไตล์โมเดิร์น
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 บนเส้นทางแห่งการสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงอันเจิดจรัสมากว่า 5 ปี แบรนด์ SIRIVANNAVARI เฉลิมฉลองสุนทรียะแห่งชิ้นงานจิวเวลรีอันล้ำค่า ด้วยการเผยโฉมจิวเวลรีบูติคแห่งแรกของแบรนด์ ณ ชั้น M ห้าง Emporium โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ดีไซเนอร์เสด็จเป็นองค์ประธาน
สำหรับบูติคแห่งนี้ โดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ผสานเสน่ห์ความเป็นไทยสไตล์โมเดิร์น ในคอนเซ็ปต์ “ดอกลำดวน” ประยุกต์ผ่านทุกสุนทรียสัมผัส กลีบดอกทรงสามเหลี่ยมค่อย ๆ ผลิบานตามธรรมชาติ อันเปรียบเสมือนการเดินทางแห่งงานออกแบบจิวเวลรี ภายใต้วิสัยทัศน์ขององค์ดีไซเนอร์ นำเสนอผลงานทั้ง High Jewelry และ Fine Jewelry
ขณะที่ บูติครูปทรงกระจกใส สมมาตรความโค้งมนสามแฉก ให้ความรู้สึกโมเดิร์น ไร้เส้นแบ่งกั้นระหว่างด้านหน้า และด้านหลัง วัสดุหลักที่ใช้ คือ ไม้สักที่ถูกนำมาฟอกสีให้เป็นสีไม้อ่อน ดูทันสมัยแต่คงเสน่ห์ความเป็นไทย ผสมผสานกับสแตนเลสสตีลแฝงกลิ่นอายแบบอินดัสเทรียล ส่วนพื้นของบูติคปูเรียงด้วยไม้โอ๊คให้ความรู้สึกโอ่อ่าดุจแมนชั่นหรูในกรุงปารีส ขลิบขอบทอง เล่นลวดลายเป็นรูปกลีบลำดวน ภายในบูติคมีมุมรับรองพิเศษ โดดเด่นด้วยผนังตกแต่งด้วยงานไม้พิมพ์รูปหางนกยูงรำแพนสง่างาม โดมกระจกโชว์ชิ้นงานไฮไลท์กลางร้าน คือหัวใจแห่งงานสร้างสรรค์ ดุจเกสรดอกไม้ และพรมสั่งทอพิเศษ เป็นลายกลีบดอกลำดวนไล่เฉดสี และซ้อนเลเยอร์ ตามคอนเซ็ปต์หลัก
...
อีกบริเวณหนึ่ง นำเสนอชิ้นงาน Fine Jewelry ซึ่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ได้เปิดตัวชิ้นงานต่อเนื่องใหม่ ‘Atelier II’ Fine Jewelry เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดบูติคจิวเวลรีแห่งแรกของแบรนด์ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากอุปกรณ์พื้นฐานในการตัดเย็บเสื้อผ้า ได้แก่ สายวัด กระดุม เข็มถัก จักรเย็บผ้า และสะดึง ผลงานเด่น อาทิ โชคเกอร์และกำไลสายวัด, กำไลข้อมือรูป Pin Holder, สร้อยคอ Button Chain, ต่างหูที่สามารถถอดแยกชิ้นได้ ให้คุณสนุกกับการมิกซ์แม็ตช์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราด้วยการใช้โลหะสูงค่า คือทองคำ (Yellow Gold) ทองขาว (White Gold) และพิงค์โกลด์ (Pink Gold) 18K บางชิ้นงานฝังเพชรเพิ่มความเจิดจรัส เหมาะสำหรับเป็นของขวัญในทุกช่วงเวลาที่มีความหมาย.