"รมว.นฤมล" ย้ำกระทรวงศึกษาธิการยุคใหม่ต้องบูรณาการทั้งระบบ ชูครูคือ หัวใจในการผลิตเด็ก ตัดวงจรงานสั่งบนหอคอย ดันศึกษาธิการจังหวัดเป็นโซ่ข้อกลางเชื่อมพื้นที่ถึงส่วนกลาง
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ตลอดจนคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ
นายสุเทพ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดประชุมในครั้งนี้ ว่า เพื่อเป็นกลไกหลักในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนภายใต้แนวคิดเรียนดี มีคุณธรรม โดยเน้นการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ยุทธศาสตร์ชาติ ฃและแผนปฏิรูปประเทศ โดยกำหนดจัดประชุมระหว่างวันที่ 2-3 ก.พ.2569 และมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง ศึกษาธิการภาคทั้ง 18 ภาค ศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 240 คน ด้วยรูปแบบการบรรยายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นสำคัญ อาทิ การกำหนดทิศทางนโยบายและงบประมาณ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ การยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชน และการบริหารจัดการศึกษาระหว่างประเทศ การพัฒนาวิชาชีพครูและสวัสดิการ รวมถึงการควบคุมมาตรฐานจรรยาบรรณนอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนโครงการนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) และธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ซึ่งการขับเคลื่อนครั้งนี้ เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เพื่อปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคให้เกิดการอำนวยการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการอย่างแท้จริง
...
ด้านนางนฤมล กล่าวตอนหนึ่งว่า ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา หัวใจสำคัญของการทำงานในยุคนี้คือ การบูรณาการ ไม่แยกส่วน โดยเปรียบเปรยหน่วยงานหลักทั้ง 4 สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นเสมือน 4 องค์ชาย ที่ต้องหันหน้าคุยกันและทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อลดช่องว่างระหว่างนโยบายส่วนกลางกับการปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยการลงพื้นที่ตรวจราชการที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การที่ผู้บริหารระดับสูง ลงไปรับฟังปัญหาหน้างานพร้อมกัน ทำให้เห็นข้อเท็จจริงที่ชัดเจนกว่าการนั่งฟังรายงานอยู่บนหอคอย ซึ่งนำไปสู่การแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายกระทรวงฯ ตามแนวทางของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ว่า ที่ผ่านมาการศึกษาไทยมักมุ่งเป้าไปที่ตัวเด็ก ซึ่งเปรียบเสมือนผลผลิตที่มีค่า แต่มักละเลยโรงงานและคนทำงาน นั่นคือ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เป็นกลไกสำคัญที่สุดในการผลิต ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันกลับมาดูแลคนทำงานอย่างจริงจัง จึงขอฝากให้ศึกษาธิการจังหวัดและผู้บริหารทุกระดับช่วยกันดูแลสวัสดิการและความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้พวกเขามีขวัญกำลังใจในการสร้างคุณภาพการศึกษาที่ดีต่อไป รวมทั้งนโยบายการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์กลาง เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครูและโครงการบ้านพักครูสวัสดิการนั้น ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำรายละเอียดเสร็จสมบูรณ์และส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เรียบร้อยแล้ว เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับครูทั่วประเทศ
นางนฤมล กล่าวต่อว่า บทบาทของศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการภาคยุคใหม่ต้องไม่ใช่เพียงผู้ส่งสาร แต่ต้องเป็นโซ่ข้อกลางที่ประสานรอยต่อระหว่างหน่วยงานทุกสังกัดในพื้นที่ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ หากมีปัญหาติดขัดในระดับนโยบาย ขอให้แจ้งตรงมาที่ส่วนกลาง เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันปรับปรุงและขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง