ถนนเยาวราชคึกคักเป็นประวัติการณ์ แห่ต่อคิวซื้อ-ขายหลังทองพุ่งแรง 3,700 บาท ทะลุ 8 หมื่น นักวิเคราะห์ชี้ “นโยบายทรัมป์” ทำตลาดป่วน เชื่อทะลุแสน

วันที่ 29 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณถนนเยาวราช พบว่ามีความคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะที่ร้านทอง “ฮั่วเซ่งเฮง” มีประชาชนมาเข้าแถวรอรับบริการจนแถวยาวทะลักออกมานอกร้าน หลังจากสมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำวันนี้ (อัปเดต 09.17 น.) ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง

  • ทองคำแท่ง: รับซื้อ 81,300 บาท / ขายออก 81,400 บาท
  • ทองรูปพรรณ: รับซื้อ 79,680.96 บาท / ขายออก 82,000 บาท

สอบถามพบว่า สัดส่วนลูกค้าในวันนี้เป็นการเดินทางมาเพื่อ “ซื้อ” ถึง 70% และ “ขาย” 30% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำทองรูปพรรณมาเปลี่ยนเพิ่มมูลค่า เช่น จาก 1 บาท เป็น 5 บาท เพื่อสะสมทรัพย์สินในช่วงที่ราคามีแนวโน้มเป็นขาขึ้น

น.ส.จีรนันท์ ลูกค้าประจำที่มารอคิวนานนับชั่วโมง เปิดเผยว่า ปกติออมทองผ่านแอปพลิเคชันเป็นประจำเดือนละ 4-5 พันบาท เพราะมองว่าเข้าใจง่ายกว่าการเล่นหุ้น โดยครั้งนี้ตั้งใจมาซื้อเพิ่มและเปลี่ยนทองรูปพรรณแม้ราคาจะสูงถึง 8 หมื่นบาท เพราะต้นทุนเดิมที่เคยซื้อไว้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ทำให้มองว่า “ทุกวินาทีตอนนี้คือกำไร” และเชื่อว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นไปได้อีก จึงยอมต่อคิวเพื่อรักษาวินัยการออมและกระจายความเสี่ยง

...


นายชลธิศ นวลพลับ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บ.ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด วิเคราะห์ผ่านทีมข่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำโลกพุ่งทะยาน มาจากนโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีการออกกฎเกณฑ์และนโยบายต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก จนเกิดภาวะเงินเฟ้อและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างมาก

“เมื่อสถานการณ์มีความไม่แน่นอน นักลงทุนและธนาคารกลางหลายประเทศจึงลดการถือครองพันธบัตรดอลลาร์ แล้วหันมาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าคงที่อย่างทองคำแทน กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ว่า “ยิ่งราคาขึ้น คนยิ่งแห่ซื้อ” เพราะกังวลถึงความไม่แน่นอนในอนาคต” คุณชลธิศกล่าว

สำหรับคำถามที่ว่า ราคาทองมีโอกาสถึง 1 แสนบาทหรือไม่ นักวิเคราะห์ระบุว่าต้องจับตาในไตรมาสหน้า ซึ่งจะมีการ เปลี่ยนตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนใหม่ หากประธานคนใหม่เดินหน้าหนุนนโยบายทรัมป์ ราคาทองมีโอกาสพุ่งต่ออย่างมีนัยสำคัญ

  • หากมีนโยบายสกัดเงินเฟ้อ/ลดภาษีดอกเบี้ย ข้าวของราคาถูกลง ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองก็อาจปรับตัวลดลงมาได้

ทั้งนี้ แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิดก่อนการตัดสินใจลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้