ชุดสืบนครบาลรวบ “อาร์ท-เอส” สองพี่น้องสุดแสบต้นเรื่องวิกฤติยาดองอีกรอบ คราวนี้โดนข้อหาหนักทั้งร่วมกันฆ่า-พยายามฆ่า ตามลากคอได้ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งดำเนินคดีที่ สน.มีนบุรี “นพศิลป์ พูลสวัสดิ์” รอง ผบช.น. เผยเรื่องทั้งหมดเกิดจากสองพี่น้องติดเงินค่าเอทิลแอลกอฮอล์หลังสั่งซื้อจากเซลส์ พอ “เจ๊ปู” สั่งเหล้าขาวเพิ่มเลยต้องซื้อเมทิลแอลกอฮอล์มาผสมแทน ก่อนส่งไปให้ “เจ๊ปู” ขาย จนเกิดเหตุระส่ำวงการยาดอง
จากกรณีมีผู้ป่วยทยอยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยอาการเลือดเป็นกรดรุนแรง หลังดื่มยาดองที่มีส่วนผสมของเมทิลแอลกอฮอล์และสารอันตรายอื่นๆ จากซุ้มยาดองในพื้นที่ย่านหทัยราษฎร์ คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก จนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ศพ ทำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐรวมทั้งตำรวจเข้าร่วมสืบสวนหาที่มาที่ไปของยาดองมรณะ พร้อมขยายผลไปถึงต้นตอ
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 29 ส.ค. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 พี่น้อง ประกอบด้วย นายสุรชัย หรืออาร์ท อินสาม อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1169/2567 ลงวันที่ 28 ส.ค.67 และนายสุรศักดิ์ หรือเอส อินสาม อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1169/2567 ลงวันที่ 28 ส.ค.67 ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใดเพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ หรือจำหน่าย หรือเสนอขายสิ่งเช่นว่านั้นเพื่อบุคคลเสพหรือใช้จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันผลิตและจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมตัวได้ที่หมู่ 10 ต.บ่อตาโล่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
...
สอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่ยังคงให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าวัตถุดิบที่จำหน่ายให้กับเจ๊ปู-น.ส.ภัสส์รศา อารีจิตสุขสิริ อายุ 49 ปี มาจากเอทิลแอลกอฮอล์ ร้อยละ 95 ผสมกับน้ำดื่ม ในอัตราส่วนเฉพาะที่ทั้งคู่ คิดค้นสูตรขึ้นมา โดยทั้งนายสุรศักดิ์และนายสุรชัยยืนยันในคุณภาพของเอทิลแอลกอฮอล์ร้อยละ 95 ที่ทั้งสองนำมาใช้เป็นส่วนผสมว่า เป็นวัตถุดิบอยู่ในเกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรมประกอบอาหารและยังให้การด้วยว่า ทั้งคู่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำใดๆของเจ๊ปูแต่อย่างใด ทั้งคู่เป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบและนำไปจำหน่ายในราคาขายส่งให้กับเจ๊ปูเท่านั้น
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสอง เพราะจากการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านมาของ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พบพยานหลักฐานจำนวนมาก ที่บ่งชี้ไปที่สองพี่น้องผู้ต้องหาคู่นี้ กระทั่งศาลออกหมายจับทั้งคู่ในข้อหาหนัก หลังจากนี้จะต้องขยายผลต่อ
ต่อมาเวลา 11.30 น. วันที่ 30 ส.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ชุดสืบสวนนำผู้ต้องหาทั้งคู่ไปส่งให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี มี พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี และพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ร่วมกันสอบสวนนานเกือบ 1 ชม. หลังเสร็จสิ้น พล.ต.ต.เกียรติกุลเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งคู่ยังให้การภาคเสธและยืนยันสารที่ซื้อมาผลิตเหล้าขาวเป็นเอทานอล ถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ หลังจากนี้ตำรวจจะสืบสวนขยายผลว่าผู้ต้องหาซื้อเมทานอลมาจากที่ใด
“ขณะนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาปลอมปนอาหารกับเจ๊ปู-น.ส.ภัสส์รศา อารีจิตสุขสิริ ผู้ผสมยาดองและเจ้าของร้านยาดอง จากเดิมที่โดนแจ้ง 4 ข้อหา คือกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส และความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ผลิตสุราโดยไม่รับอนุญาต จำหน่ายสุราโดยไม่รับอนุญาต โดยจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง” พล.ต.ต.เกียรติกุลกล่าว
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 13.30 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. แถลงความคืบหน้าคดีนี้ โดย พล.ต.ต.นพศิลป์เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตำรวจตั้งชุดทำงานเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ต้องหาร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพสามิต กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ผู้ทำการตรวจชันสูตร จนทราบสาเหตุทั้งหมด
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนนายเอสและนายอาร์ท พบทั้งคู่ซื้อเอทิลแอลกอฮอล์ 95 เปอร์เซ็นต์ มาจากบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ จากนั้นนำมาผสมใช้เอทิล แอลกอฮอล์ประมาณ 60 ลิตร มาผสมกับน้ำเปล่า 140 ลิตร ทั้งหมดรวมกันจะได้ 200 ลิตร แล้วใช้ไม้กวนก่อนจะมาวัดความเข้มข้น 35 เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นเหล้าขาว 35 ดีกรี นำแบ่งใส่ถุง 6 ถุง ถุงละ 30 ลิตร ส่งให้กับเจ๊ปูนำไปจำหน่าย
“จากการตรวจค้นจับกุมพร้อมนำถังแกลลอนทุกจุดไปตรวจพิสูจน์ พบช่วงวันที่ 3 ส.ค. และ 11-12 ส.ค. ทั้งคู่สั่งซื้อเอทิลแอลกอฮอล์จริงจากบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปาการ มาผสมและ จําหน่ายให้ “เจ๊ปู” ต่อมาในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค. “เจ๊ปู” สั่งเหล้าขาวเพิ่มแต่ทั้งคู่ไม่สามารถจัดหาเอทิลแอลกอฮอล์ ได้ เนื่องจากติดค้างค่าเอทิลแอลกอฮอล์เป็นเงิน
หมื่นกว่าบาทกับเซลส์ที่สั่งซื้อ เป็นเหตุให้ต้องซื้อเมทิลแอลกอฮอล์หรือเมทานอลมาผสมแทน เนื่องจากราคาถูกกว่า จนพบหลักฐานสำคัญที่บ้านของผู้ต้องหาทำให้เชื่อได้ว่าเหล้าขาวลอตวันที่ 18 ส.ค.ที่ “เจ๊ปู” รับมาจากผู้ต้องหาทั้งคู่มีส่วนผสมของเมทิลแอลกอฮอล์แล้วนําไปจําหน่ายให้ซุ้มยาดอง 18 ซุ้มจนเกิดเหตุดังกล่าว ส่วนผลการตรวจเลือดของผู้เสียชีวิตพบค่าเมทานอลสูงสุดอยู่ที่ 124 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นเหยื่อที่มีประวัติเคยดื่มยาดองจากซุ้มยาดองปากซอยหทัยราษฎร์ 33” พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าว
...
วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินส่วนหน้า รพ.นพรัตนราชธานี รายงานยอดผู้ป่วยล่าสุดรวมทั้งหมด 43 คน เสียชีวิต 6 ศพ รักษาหายและกลับบ้านได้ 28 คน และอยู่ระหว่างรักษาตัว 9 คน ประชาสัมพันธ์ผู้ที่ดื่มยาดอง และมีอาการขอให้พบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงทีหรือโทร.ปรึกษาอาการได้ที่ รพ.นพรัตนราชธานี 0-2548-2300 รพ.เวชการุณย์รัศมิ์ 08-2760-0579 รพ.รัตน ประชารักษ์ 08-9404-1853 สายด่วนศูนย์เอราวัณ 1669 สายด่วน สปสช. 1330
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่