วันที่ 15 ส.ค.67 ที่สำนักเทศกิจ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขตว่า ได้เน้นย้ำเรื่องการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อให้ผู้ค้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการล้างทำความสะอาด โดยขอความร่วมมือผู้ค้าที่ทำการค้าในจุดนั้นๆ ให้ร่วมกันล้างทำความสะอาดบริเวณที่ตนทำการค้าทุกวันจันทร์ ส่วนพื้นที่ทำการค้าบางจุด ซึ่งเดิมทีเป็นพื้นที่ของเอกชน ต่อมาได้ยกให้ กทม.เป็นที่สาธารณะ ให้พิจารณาจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ที่ประชุมได้รายงานผลการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอยในพื้นที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน 86 จุด ผู้ค้า 4,500 ราย ปัจจุบันจึงคงเหลือพื้นที่ 74 จุด ส่วนพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผันได้มีการจัดระเบียบโดยยกเลิกจุด ยุบรวมจุด และย้ายเข้าพื้นที่เอกชน ซึ่งในปี 2567 จะดำเนินการยกเลิกจุดหรือยุบรวมจุด 105 จุดที่มีผู้ค้าจำนวนน้อย โดยได้จัดหาพื้นที่รองรับผู้ค้าให้เข้าไปทำการค้าในจุดที่กำหนดไว้ ขณะนี้คงเหลือพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน 381 จุด ผู้ค้า 10,986 ราย
ขณะที่ผลการตรวจจับผู้ฝ่าฝืนขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าผ่านระบบ BMA AI CAMERA ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.66 ถึงวันที่ 27 มิ.ย.67 มีผู้ฝ่าฝืน 14,408 ราย อยู่ระหว่างเชิญพบครั้งที่ 1 จำนวน 4,972 ราย อยู่ระหว่างเชิญพบครั้งที่ 2 จำนวน 2,804 ราย ส่งต่อคดี 157 ราย ว่ากล่าวตักเตือน 290 ราย ปรับ 706 ราย เป็นเงิน 421,000 บาท.
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่