ดร.หญิงอดีตผู้บริหารบริษัทชื่อดังระดับโลกเมาแล้วขับ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ถีบหน้ารอง ผกก.จร. โต้ไม่เคยมีประวัติถูกจับเมาแล้วขับมาก่อน ฝ่ายตำรวจคู่กรณียืนยันตรวจสอบประวัติอาชญากรพบเคยถูกจับ เมาขับเดือน ส.ค.ปี 65 ที่ด่านตรวจเดียวกัน เจ้าของคดีขอผัดฟ้องข้อหาเมาแล้วขับต่อศาล เนื่องจากรวบรวมพยานหลักฐานไม่แล้วเสร็จ เพราะยังมีข้อหา ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯและทำร้ายร่างกาย ส่วนผู้ถูกกล่าวหานัดพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความ เพื่อให้การเพิ่มเติม

กรณี อดีตผู้บริหารบริษัท ใช้เท้าถีบใบหน้า พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก.5 บก.จร. ขณะนำตัวขึ้นรถตำรวจไปส่ง สน.ประเวศ ในข้อหาเมาแล้วขับ ด็อกเตอร์หญิงขับรถเบนซ์ รุ่นซี 220 บี สีดำ ทะเบียน 2 กร-151 กรุงเทพ มหานคร ผ่านด่านตรวจกวดขันวินัยจราจร บริเวณฝั่งตรงข้ามมัสยิด ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ แขวงและ เขตสวนหลวง กทม. ตอนเที่ยงคืนครึ่งวันที่ 23 เม.ย. ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 104 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เจ้าตัวขัดขืนและด่าทอตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ ถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา เมาแล้วขับ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ผู้ต้องหารับสารภาพข้อหาเมาแล้วขับ อีก 2 ข้อหาให้การปฏิเสธ และขอมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายเพื่อให้การอีกครั้ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 เม.ย. อดีตผู้บริหารบริษัท เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า กรณีที่ตำรวจออกมาเปิดเผยว่า ตนเคยถูกจับดำเนินคดีเมาแล้วขับส่งฟ้องศาล ช่วงเดือน ส.ค.65 และอยู่ระหว่างการรอลงอาญา ยืนยันว่าไม่เคยโดนคดีเมาแล้วขับตามที่ตำรวจออกมาให้ข้อมูล ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดี หรือแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทยังไม่ทราบ เบื้องต้นพูดคุยเจรจา พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก.5 บก.จร. คู่กรณีจบไปแล้ว ในวันดังกล่าวถูกทำร้ายร่างกายหรือไม่ขอไม่ตอบคำถามนี้ ขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายและประเด็นอื่นๆ ขอให้การในชั้นศาล ขณะนี้อยู่ในกระบวนการสอบสวนรอการนัดพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ตำรวจจะให้ข้อมูลสื่อมวลชนแบบไหนให้เป็นไปตามที่เป็นข่าว ตนยังไม่เคยออกมาให้การกับใครขอเปิดเผยในชั้นสอบสวน อีกทั้งต่างฝ่ายต้องนำหลักฐานมาพิสูจน์ตัวเอง แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้เวลานี้ คือยังไม่เคยถูกดำเนินคดีใดในอดีต

...

อดีตผู้บริหารบริษัท กล่าวถึงกรณีมีคลิปที่ถูกเผยแพร่มีคำพูดต่อว่าตำรวจ “ชั้นต่ำ” ว่า คลิปถูกเผยแพร่เป็นแค่บางช่วงที่ถูกตัดต่อ คลิปจริงๆ มีความยาวมากกว่านี้ การเจรจาในวันเกิดเหตุไม่ได้มีแค่คำนี้คำเดียว คำพูดดังกล่าวที่ได้พูดออกไปน่าจะเป็นคำพูดที่แรงที่สุดในชีวิตของตนแล้ว เพราะปกติเป็นคนไม่ใช้คำหยาบ ยืนยันว่าไม่ได้ด่าใคร แต่ที่พูดออกไปเพราะมีที่มาที่ไป ยืนยันว่าวันเกิดเหตุตนไม่ได้เมา ส่วนเรื่องผลกระทบจิตใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนตัวพูดคุยนอกรอบแล้วไม่มีอะไรติดใจกัน

ด้าน พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก.5 บก.จร. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้นัดหมายให้มา พบเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม อยู่ระหว่างไปตรวจร่างกาย ที่ รพ.ตำรวจ นำหลักฐานมายื่นให้พนักงานสอบสวนในคดีทำร้ายร่างกาย ยืนยันว่าจากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังจากระบบ CRIME ผู้กระทำความผิดเคยถูกดำเนินคดีเมาแล้วขับเมื่อประมาณเดือน ส.ค. 65 เป็นจุดตั้งด่านตรวจเดียวกันที่ถูกจับครั้งนี้

ขณะที่ พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ กล่าวว่า ด้านคดีพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่าง การรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้น อดีตผู้บริหารบริษัท แจ้งพนักงานสอบสวนว่า ช่วง 20.00-21.00 น. ของวันที่ 27 เม.ย. จะมาให้ปากคำพร้อมทนายความ เนื่องจากรอทนายความที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ก่อนหน้านี้นัดหมายไว้ตอนเย็น วันที่ 3 พ.ค. เพราะเห็นว่าเป็นประเด็นที่มีคนสนใจ

ร.ต.อ.กิตติโชติ สุ่มมาตน์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ประเวศ เจ้าของคดี กล่าวว่า ขณะนี้ขอผัดฟ้องต่อศาลแขวงพระโขนงในคดีเมาแล้วขับ เนื่องจากการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่แล้วเสร็จ เพราะยังมีข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกาย อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหาย ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งว่า ขอใช้สิทธิ์ทางกฎหมายให้ทนายความมาอยู่ในกระบวนการสอบสวน แต่ยังไม่กำหนดวันมาพบ ผู้กระทำความผิดต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ส่วนตำรวจฝ่ายผู้เสียหายประสานขอให้ปากคำเพิ่มเติมแต่วันนี้ยังไม่สะดวกมาให้การ

ด้าน นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า จากข้อมูลที่เผยแพร่พบว่า อดีตผู้บริหารบริษัท เคยถูกจับดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับมาแล้วเมื่อวันที่ 17 ส.ค.65 ศาลได้ให้โอกาสโดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี สอดคล้องกับ พ.ร.บ.จราจรทางบกฉบับใหม่ที่มีการแก้ไขและประกาศ บังคับใช้ในกรณีของเมาแล้วขับซ้ำในระหว่างที่ถูกรอลงอาญา 2 ปี ให้ศาลจำคุกและปรับเสมอ ทั้งนี้มูลนิธิฯรณรงค์การบังคับใช้กฎหมายและรณรงค์หยุดการเมาแล้วขับมาตั้งแต่ปี 39 มีหนังสือยังท่านผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงพระโขนง ขอให้ใช้ดุลพินิจลงโทษด้วยโทษสถานหนักตามบทบัญญัติกฎหมาย คือจำคุกไม่รอลงอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผู้ที่คิดจะละเมิดกฎหมายเมาไม่ขับ เพื่อความปลอดภัยและลดปัจจัยเสี่ยงบนท้องถนน มูลนิธิฯไม่มีเหตุโกรธเคืองอันใดกับ อดีตผู้บริหารบริษัทเป็นการส่วนตัว การเรียกร้องทำเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน ปกป้องความปลอดภัยของประชาชน ที่ใช้รถใช้ถนน และพิทักษ์กฎหมาย

นพ.แท้จริงกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้มูลนิธิฯ ได้ทำหนังสือชื่นชมและให้กำลังใจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. และ พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก.5 บก.จร.บช.น. ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนมีสติในการจับกุมจนถูกผู้ต้องหากระทำการลบหลู่เกียรติความเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการใช้เท้าถีบหน้า แต่ พ.ต.ท.ดาราธร ยังคงมีสติปฏิบัติหน้าที่โดยที่ไม่ตอบโต้

ต่อมา เวลา 21.40 น. วันเดียวกัน อดีตผู้บริหารบริษัท พร้อมด้วยทีมทนายความรวม 3 คน เดินทางมาที่ สน.ประเวศ เข้าพบ ร.ต.อ.กิตติโชติ สุ่มมาตน์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ประเวศ เจ้าของคดี เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน อดีตผู้บริหารบริษัทพนมมือไหว้พร้อมกล่าวว่า ขอโทษสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมรับตนเมาแล้วขับ ส่วนคดีทำร้ายร่างกายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ไม่ขอตอบคำถาม ขอเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อน จากนั้น อดีตผู้บริหารบริษัทพร้อมทนายเข้าไปให้ปากคำพนักงานสอบสวนในห้องประชุมชั้น 2 ของ สน.ทันที

...

อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่