“ป.ป.ส.” จับมือ “ศุลกากร” สกัดจับ “ยาเค” ลอตใหญ่ 320 กก. คาท่าเรือ ซุกฐานหุ่นยนต์ “บัมเบิลบี” เตรียมส่งขายไต้หวัน ตามรวบหญิงไทยวัย 34 ปี คนส่งสินค้า มีประวัติส่งยาไอซ์ 108 กก. ซุกเครื่องแปรรูปอาหารไปออสเตรเลียมาแล้ว สารภาพสิ้นไส้ นายทุนหญิงชาวลาวจ้างส่งยานรกครั้งละหลักแสนบาท เตรียมขยายผลออกหมายจับ ตรวจสอบเส้นทางการเงินเตรียมตามยึดทรัพย์ต่อไป
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 26 เม.ย. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. และนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมศุลกากร ตำรวจ บช.ปส. ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police : AFP) และเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมไต้หวัน (Ministry of Justice Investigation Bureau, MJIB) ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดคีตามีน หรือยาเค น้ำหนัก 320 กก. ซุกซ่อนในฐานรองหุ่นยนต์เหล็กขนาดใหญ่ 5 ตัว เตรียมส่งออกทางท่าเรือ ปลายทางไต้หวัน
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ กล่าวว่า การตรวจยึดคีตามีน 320 กก.ครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศคือ ออสเตรเลีย ไต้หวัน และไทย ส่วนหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นกรมศุลกากร สำนักงาน ป.ป.ส. และตำรวจ บช.ปส. สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มี.ค. น.ส.ฝน (นามสมมติ) ผู้ต้องหา สัญชาติไทย อายุ 34 ปี มีพฤติการณ์ส่งยาไอซ์ 108 กก.ซุกซ่อนในเครื่องแปรรูปอาหารไปยังประเทศออสเตรเลีย แจ้งกลับมายังไทยว่าบริษัทนี้ดำเนินการเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบจนทราบว่า เป็นบริษัทรับส่งสินค้าไปยังประเทศออสเตรเลีย และกำลังจะส่งหุ่นยนต์เหล็กไปยังไต้หวัน เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าเรือตรวจสอบพบว่า ฐานรองใต้ตัวหุ่นยนต์บัมเบิลบี (Bumble Bee) บรรจุหีบห่อยาเสพติด เป็นคีตามีน 320 กก. ถือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ทำให้ผู้เสพเคลิบเคลิ้ม มีความสุข มักใช้ในผับบาร์ แหล่งผลิตคีตามีนส่วนใหญ่ ตรวจพบที่ประเทศกัมพูชา แต่ถ้าเสพร่วมกับสารเสพติดอื่นอาจจะทำให้จิตหลอนได้ เป็นอันตรายต่อชีวิต
“เอกอัครราชทูตที่ประจำอยู่ที่ประเทศกัมพูชาจะรายงานกลับมาให้ ป.ป.ส.ทราบตลอด ถึงสถานการณ์ตรวจจับยาเสพติดประเภทคีตามีน ส่วนประเทศไทยยังตรวจพบไม่มาก เป็นการนำมาใช้มากกว่า ยังไม่ถือเป็นกลุ่มยาเสพติดที่นิยมในชุมชน แต่มักจะแพร่ระบาดในกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ การตรวจสอบว่าของกลางที่จับกุมได้เป็นคีตามีนจริงหรือไม่นั้น ผลทดสอบคือ ถ้าเป็นคีตามีนจริงสารจะตกตะกอนเป็นสีขาว สักพักจะเป็นสีม่วง ส่วนของกลาง 1 มัด ถ้าไปถึง ไต้หวันจะขายกันที่ราคาเงินไทยประมาณ 3 ล้านบาท” เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว
ด้านนายปฤณ เมฆานันท์ กล่าวว่า กรณีนี้เริ่มจากผู้ต้องหารายดังกล่าวเคยมีพฤติการณ์ส่งยาไอซ์ไปยังประเทศออสเตรเลีย จับกุมของกลางและแจ้งว่าคนที่ส่งยาเสพติดชื่อและนามสกุลอะไร เราเอาข้อมูลไปสืบสวนขยายผลต่อ จากนั้นประสานบริษัทขนส่งเอกชนว่าถ้ามีการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศโดยผู้หญิงไทยชื่อนี้อีกขอให้แจ้งกลับมา พอมีการแจ้งว่า วันที่ 24 เม.ย.เตรียมส่งสินค้าประเภทหุ่นยนต์เหล็กไปยังไต้หวัน จึงเข้าตรวจสอบหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ 15 ตัวพร้อมฐานรอง 10 ชิ้น ที่ฐานรองของหุ่นเหล็ก 5 ตัวซุกซ่อนห่อยาเสพติดเป็นมัดๆคือ คีตามีน จึงตรวจยึดของกลาง ตอนนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำเพื่อนำส่งตำรวจ บช.ปส. เบื้องต้นพบว่าผู้ว่าจ้างคือ ผู้หญิงชาว สปป.ลาว จากนี้จะขยายผลเตรียมจับกุมหรือรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับเครือข่ายตามขั้นตอน
“ผู้ต้องหาหญิงไทยกับนายจ้างหญิงชาว สปป.ลาว เจอกันที่พัทยา ได้รับค่าจ้าง 180,000 บาท เป็นราคาจ้างเหมาแล้วแต่ตกลง ขบวนการค้ายาเสพติดมักหาวิธีซุกซ่อนยาเสพติดด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เราจึงประสานกับ บช.ปส. และกรมศุลกากรที่มีระบบเอกซเรย์สินค้าก่อนลงเรือ ถ้าหลุดจากสายตาเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะตรวจพบสิ่งเสพติดจากการเอกซเรย์ ส่วนเรื่องทรัพย์สินเน้นขยายผลไปยังชาว สปป.ลาว” นายปฤณกล่าว
ส่วนนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ กล่าวว่า กรมศุลกากรจัดทำข้อมูลบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับประเทศปลายทางที่มีความเสี่ยง ตัวสินค้า และลักษณะการบรรจุ เมื่อสินค้าไปถึงท่าเรือจะมีการเอกซเรย์สินค้า ทำให้พบว่าบางส่วนซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะในเครื่องจักร แต่การซุกซ่อนในหุ่นยนต์ถือเป็นครั้งแรกที่ตรวจพบ แต่ด้วยเทรนด์ที่มันเปลี่ยนไป ปัจจุบันระบบอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ขนส่งสินค้าปริมาณน้อยแต่ความถี่สูง เรามักประสานข้อมูลการจับกุมเรื่องยาเสพติดให้ ป.ป.ส.และ บช.ปส.รับทราบด้วย นอกจากนี้ สถานการณ์ของเล่น (Art Toy) ถูกนำเข้ามาช่องทางเร่งด่วน เราเฝ้าระวังและเอกซเรย์ทุกหีบห่อ ยืนยันว่าศุลกากรยังไม่พบการซุกซ่อนยาเสพติดในอาร์ตทอย แต่มักซ่อนในตุ๊กตาราคาถูกมากกว่า เพราะอาร์ตทอยค่อนข้างราคาแพง
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่