ก.ศึกษา หนุน พว. ปิดเทอมนี้ เร่งผลักดันและให้ความรู้โรงเรียนแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะครู เพื่อพัฒนาส่งเสริมคุณภาพการศึกษา ด้านกระบวนการเรียนการสอนแบบผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง ให้ปีการศึกษาใหม่ นักเรียนต้องมีการเรียนที่โดดเด่น เต็มรูปแบบในด้านความคิด


เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 67 ตามนโยบาย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ที่ห่วงใยการศึกษาไทย และเน้นย้ำให้ สพฐ. รวมถึงโรงเรียนในสังกัด ทั้งภาครัฐ และเอกชน ขับเคลื่อนพัฒนาการเรียน การสอนในปีการศึกษาใหม่ ให้ชัดเจน และสร้างเด็กให้มีความคิดต่อยอดการศึกษาที่ดีขึ้น โดยล่าสุด สนับสนุนสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ ดึงหลายโรงเรียนให้มีส่วนร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ว่าด้วยการพัฒนาส่งเสริมคุณภาพการศึกษา ด้านกระบวนการเรียนการสอนแบบผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง ทั้งโรงเรียนภาคเอกชน โดยเฉพาะ จ.เพชรบุรี และ จ.พิจิตร โดยลงนามความร่วมมือจำนวน 2 ฉบับ 

โดยฉบับแรกเป็นการลงนามระหว่างโรงเรียนยอแซฟพิจิตร กับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดยมีนางสาวชนิดาภา จันทะโก รองผู้อำนวยการโรงเรียนยอแซฟพิจิตร กับ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมลงนาม และฉบับที่ 2 เป็นการลงนามระหว่างโรงเรียนเซนต์โยเซฟเพชรบุรี กับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดยนางสาวพรนภา ปรัชญาคุณ ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์โยเซฟเพชรบุรี กับ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมลงนาม

...


จัดใหัมีการอบรมคณะครูด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อพัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน ช่วงปิดภาคเรียน ให้เกิดผล นำไปต่อยอดการสอนที่สมบูรณ์แบบต่อนักเรียน ในปีการศึกษาใหม่ให้เกิดผลอย่างจริงจัง ให้เด็กไทย รู้จักการคิดเป็น สนุกกับการเรียน และภูมิใจกับผลงานที่ตัวเองทำ โดยให้ครูเป็นพี่เลี้ยง

เช่นเดียวกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ร่วมกับ ก็ได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ โดย ดร.กัลยา มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 


โดยตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันที่มีต่อการพัฒนาการ เรียนรู้แบบ Active Learning โดยการดำเนินงานตามกรอบแนวทางความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ด้านการศึกษาที่ได้กำหนดกิจกรรมปฏิรูปที่ 2 การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนในปัจจุบันไปสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ให้นักเรียนไม่เบื่อหน่ายต่อการเรียนรู้ และมีเป้าหมายจากสิ่งที่ตนเองอยากทำ โดยให้ สพฐ.มีความชัดเจนต่อการศึกษาแบบ Active มากขึ้น อย่างไรก็ตาม กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศ พบว่า โรงเรียนมีบทบาทต่อการสร้างเด็กนักเรียนจากผลงาน Active Learning ที่สร้างนวัตกรรมมากขึ้น และเชื่อว่า การศึกษาไทยกำลังต่อยอดไปในทิศทางที่ดีขึ้น.