"ปวีณา" บุกพบ "บิ๊กโจ๊ก" ร้องให้ช่วยสาวไทยถูกหลอกไปค้ากาม และถูกหลอกเป็นคอลเซ็นเตอร์ในเมืองเล่าก์ก่าย เมืองมัณฑะเลย์ 87 คน ด้าน รองผบ.ตร. ยันขณะนี้ช่วยได้แล้ว 162 ราย แต่ต้องมีการวางแผนเคลื่อนย้าย เพราะพื้นที่มีการสู้รบจากกลุ่มชาติพันธุ์ โดยจะประสานนำเครื่องบินไปรับ คาดไม่เกิน 2 สัปดาห์

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พ.ย.66 ที่สโมสรตำรวจ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.เพื่อติดตามกรณีการช่วยเหลือสาวไทยที่ถูกหลอกไปบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเมียนมา และถูกหลอกเป็นเหยื่อขบวนการคอลเซ็นเตอร์ในเมืองเล่าก์ก่าย เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ซึ่งเหยื่อได้ขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ ตั้งแต่ต้นปี 66 จำนวน 87 คน แบ่งออกเป็นคอลเซ็นเตอร์ 62 คน ถูกบังคับค้ามนุษย์ค้าประเวณี 25 คน 

นางปวีณา เปิดเผยว่า จากการที่ขณะนี้สามารถช่วยเหลือคนไทยได้แล้ว 162 คน จึงจะขอรายชื่อเพื่อเปรียบเทียบรายชื่อจำนวนคนไทย ที่ได้รับการช่วยเหลือ ว่าตรงกับรายชื่อเหยื่อที่ร้องเรียนมาทางมูลนิธิหรือไม่ เพื่อจะได้แจ้งญาติให้ทราบถึงความคืบหน้า ในส่วนคนที่ไม่มีรายชื่อมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกนายทุนชาวจีนหลอกไปทำงานในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา ที่เป็นหนึ่งในฐานของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนที่ใช้คนไทยทำงานที่เป็นคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงเหยื่อในประเทศไทย และขณะนี้เกิดการสู้รบ ว่า การช่วยเหลือคนไทยขณะนี้ช่วยได้แล้ว 162 ราย เหลืออีก 74 ราย ที่ยังอยู่ในพื้นที่แต่อยู่ในอาคารของชาวจีนที่เป็นที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ชาวจีนยังไม่ยอมปล่อยออกมา ส่วนตัวเชื่อว่าคนที่ยังอยู่ในนั้นถูกทำร้ายจนมีบาดแผล ซึ่งหากปล่อยออกมาก็จะเห็นบาดแผลจนทำให้มีหลักฐานว่าถูกทำร้าย ขณะนี้ตำรวจกำลังกดดันอยู่

ทั้งนี้ตนได้เดินทางไปประชุมร่วมกับประเทศเมียนมา ขณะนี้รอทางเมียนมาแจ้งให้ทราบว่าจะเคลื่อนย้ายคนไทยกลับได้ทางเส้นทางไหน เนื่องจากการย้ายคนไทย จะต้องย้ายไปทางเมืองย่างกุ้ง หรือคุนหมิง ซึ่งตลอดเส้นทางมีการสู้รบกันอยู่ ทางเมียนมาจึงต้องมีการวางแผนป้องกันการเคลื่อนย้ายจากการสู้รบ ที่มีการปะทะใช้อาวุธหนัก จากกลุ่มชาติพันธุ์

ทั้งนี้จากการที่ตนเป็นผู้ประสานเอง เชื่อว่าการช่วยเหลือคนไทยออกมาไม่มีปัญหาและคาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่วัน อย่างช้าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หากทางเมียนมามีการประสานมาก็จะเดินทางไปรับทันที โดยจะประสานกับทางกองทัพอากาศรวมถึงการใช้เครื่องบินของตำรวจเข้าไปรับ

ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับทางเมียนมาแล้ว เนื่องจากจะต้องมีการใช้แบบฟอร์มในการคัดแยกคนไทย และช่วยเหลือออกมา เนื่องจากต้องแยกว่าใครเป็นผู้เสียหาย หรือเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับ ตอนนี้ต้องเน้นการช่วยเหลือให้หมดก่อน ซึ่งหากเคลื่อนย้ายออกมาช้าก็จะเกิดปัญหาเนื่องจากการสู้รบกำลังประชิดเมืองเข้ามา

ทั้งนี้เบื้องต้นมีรายงานว่ามีคนไทยเสียชีวิตแล้ว แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่ามีผู้เสียชีวิตกี่ราย เสียชีวิตมาจากการถูกกักขังและทำร้ายร่างกายหรือลูกหลงจากการสู้รบ