15 แรงงานไทยในอิสราเอลชุดแรก กลับถึงไทยแล้ว รมว.สธ.-ครอบครัวรอรับ ส่งตรวจร่างกายอย่างละเอียด ที่สถาบันบำราศนราดูร  

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ต.ค. 66 ที่กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค ภายในสถาบันบำราศนราดูร อ.เมือง จ.นนทบุรี กลุ่มแรงงานคนไทย จำนวน 15 คน ประกอบด้วย 1. นายสมมา แซ่จ๊ะ ชาวจังหวัดตาก 2. นายจิรายุ สุกใส ชาวจังหวัดสุรินทร์ 3. นายวิมาน วงศ์จำปา ชาวจังหวัดสกลนคร 4. นายกรัชกร พุทธสอน ชาวจังหวัดพะเยา 5. นายอนุชา บุญญะสาร ชาวจังหวัดนครราชสีมา 6. นายกิตติพงษ์ ไชยโก ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู 7. นายสมบูรณ์ แซ่วาง ชาวจังหวัดน่าน 8. นายจันทร์ดี แซ่ลี ชาวจังหวัดเชียงราย 9. นายสุพิพัฒน์ กงแก้ว ชาวจังหวัดยโสธร 10. นายสมพร คาระบุตร ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู 11. นายธนศักดิ์ จันทร์ดำ ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู 12. นายสถิตย์ พรมอุนารถ ชาวจังหวัดหนองคาย 13. นายไกรสร บัวผาย ชาวจังหวัดอุดรธานี 14. นายณรงค์ชัย ลีละครจันทร์ ชาวจังหวัดสกลนคร และ 15. นายวิชัย คำศรี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ที่เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอล สมัครใจขอกลับประเทศไทย หลังเกิดสถานการณ์การสู้รบรุนแรง ได้เดินทางกลับถึงแผ่นดินไทยชุดแรก ที่เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยรถบัสที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ เพื่อเดินทางต่อมายังสถาบันบำราศนราดูร เพื่อให้ทีมแพทย์ตรวจร่างกายทุกคนอย่างละเอียด

...

โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข พร้อมทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงาน มารอรับกลุ่มแรงงานไทย โดยมีรถพยาบาล นำผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายกรัชกร ถูกยิงที่ขาซ้าย และนายสมมา ที่ถูกยิงที่แขน ร่วมเดินทางมาในชุดแรก

จากการสอบถาม นางจันทรง เทศคำจร อายุ 70 ปี แม่ยายของ นายกรัชกร หนึ่งในแรงงานที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจที่ลูกเขยกลับมาได้อย่างปลอดภัย จากนี้จะไม่ให้ไปทำงานต่างประเทศอีกแล้ว

ด้าน นางสาวจิตรา เทศคำจร อายุ 36 ปี ภรรยาของ นายกรัชกร เปิดเผยว่า สามีไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ประมาณ 1 ปีแล้ว เพื่อหาเงินมาดูแลครอบครัว และจะโทรคุยกันทุกวัน ทำให้ทราบว่ามีเหตุการณ์ปะทะกันเกือบทุกวันแต่ไม่ได้รุนแรง จนกระทั่งเกิดเหตุขึ้น สามีก็โทรมาบอกว่ามีการปะทะกันอีกแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้ โดยสามีถูกยิงที่ขาด้านซ้ายบริเวณหัวเข่าจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้รับการช่วยเหลือจากนายจ้างให้ออกมาพักในที่ปลอดภัย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือจนได้กลับประเทศ หลังจากนี้ ตนจะไม่ให้สามีเดินทางไปทำงานต่างประเทศอีกแล้ว เพราะอยู่บ้านเราปลอดภัยกว่าแน่นอน