“นิวัติไชย เกษมมงคล” เลขาฯ ป.ป.ช. ยืนยันที่ประชุมลงมติชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้อง กรณีมีคำสั่งไม่ฟ้อง “บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา” ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังคดีขับรถสปอร์ตหรูชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 รวม 15 คน ในจำนวนนั้นมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด รวมอยู่ด้วย
นับเป็นคดีที่ท้าทายต่อความเที่ยงธรรมกระบวนการยุติธรรมของประเทศอีกคดีหนึ่ง ทั้งในส่วนของตำรวจและพนักงานอัยการ หลังมีคำสั่งไม่ฟ้องบอส-วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ขับรถสปอร์ตหรูชนรถ จยย.ที่มี ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เป็นผู้ขับขี่ เสียชีวิตบนถนนสุขุมวิทเหตุเกิดเมื่อปี 2555 ต่อมาสำนักข่าวต่างประเทศเกือบทุกสำนักพร้อมใจเสนอข่าวอย่างครึกโครมถึงการที่ผู้ก่อเหตุหนีลอยนวลไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ จนเป็นที่มาของการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำงานของตำรวจและพนักงานอัยการ รื้อฟื้นคดีแจ้งข้อหาเพิ่มและดำเนินคดีในข้อหาที่ยังไม่ขาดอายุความ รวมทั้งเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ พนักงานอัยการ ทนายความ มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องคดีมีคำสั่งไม่ฟ้องบอส-วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง กรณีขับรถสปอร์ตหรูชนตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต เมื่อปี 2555 ผู้เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนพยานหลักฐานแก้ไขความเร็วของรถคันก่อเหตุว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดกรณีดังกล่าวไปแล้วจริงเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกชี้มูลความผิดทั้งหมดนั้น จำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้ ต้องรอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.รับรองรายงานการประชุม ก่อนที่จะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไป ในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาหลักๆ มีทั้ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ขณะที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. ถูกที่ประชุม ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเช่นกัน แต่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นควรส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอน ดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจ เนื่องจากถูกกล่าวหาที่มิใช่เป็นความผิดร้ายแรง ตาม ม.64 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561
มีรายงานว่า คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 15 คน มีทั้งอดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว และยังรับราชการอยู่ ประกอบด้วย พล.ต.อ. 2 คน พล.ต.ท. 2 คน พ.ต.อ. 2 คน พ.ต.ท. 2 คน พล.อ.ท. 2 คน พนักงานอัยการ 2 คน ทนายความ 1 คน นักการเมือง 2 คน ซึ่งนอกจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ และนายเนตร นาคสุข แล้ว ยังปรากฏชื่อของนายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส นายพิชัย (ชูชัย) เลิศพงศ์อดิศร หรือ สว.ก๊อง ปัจจุบันเป็นนายก อบจ.เชียงใหม่ นายสายประสิทธิ เกิดนิยม และนายธานี อ่อนละเอียด อดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช.
ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติให้กัน พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก อดีต ผบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจที่เป็นเจ้าของสถานที่จัดประชุมเปลี่ยนแปลงความเร็วรถสปอร์ตหรูคันก่อเหตุของบอส-วรยุทธ ไว้เป็นพยาน เพื่อให้ยืนยันหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวพันกับผู้ถูกกล่าวหาคนสำคัญในคดี