กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เผยความคืบหน้าการดำเนินการแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอัจฉริยะ (Smart Healthcare TTM) นำ AI แปลตำรับ ตารายาโบราณซึ่งเป็นสมบัติชาติ เพื่อนำเข้าฐานข้อมูล หรือ Big Data ใช้ประโยชน์วิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพ แนวการใช้บริการ หรือการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเพื่อต่อยอด มูลค่าเศรษฐกิจ สมุนไพร ในอนาคต
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 66 ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดี กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับ รศ.ดร.เพียรพูล กมลจิตร์ประภา คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ ดร.รัชนี จันทร์เกษ ผู้อานวยการกองวิชาการและแผนงาน เปิดเผย ความคืบหน้าแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอัจฉริยะ (Smart Healthcare TTM) ภายหลังดำเนินการลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ร่วมกันมาครบ 3 ไตรมาสว่า
เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ผลิตภัณฑ์ และองค์ความรู้ด้านสมุนไพร การบริการการดูแลสุขภาพมากมาย จึงได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ (มจพ.) ทำการศึกษา วิจัย และพัฒนาแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร อัจฉริยะ (Smart Healthcare TTM) โดยร่วมกันพัฒนาใน 4 โมดูล จนปัจจุบันมีความคืบหน้า ดังนี้
...
โมดูลที่ 1 Digital TTM Knowledge Management กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้รวบรวมตำรับตาราการแพทย์แผนไทยที่มีบันทึกในสมุดไทย ใบลาน ศิลาจารึก กว่า 50,000 รายการ โดยส่งต่อให้ มจพ.พัฒนาระบบ Smart TTM Library เพื่อรองรับการจัดการภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทย และจะจัดเก็บต้นฉบับในรูปแบบภาพดิจิทัลและข้อมูลที่ได้รับการถ่ายถอด-ปริวรรตแล้ว รวมทั้งองค์ความรู้ ที่ได้จากหมอพื้นบ้าน งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รวมถึงการสืบค้นข้อมูลภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยแบบอัจฉริยะ ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยฯ จะใช้ความรู้จากการศึกษาวิจัยด้าน Ontology, Knowledge graph, AI มาใช้ในการพัฒนา ซึ่งเมื่อสำเร็จแล้วจะทำให้เกิด Big Data ที่มีข้อมูลวิเคราะห์ สังเคราะห์ องค์ความรู้ ด้านการแพทย์ แผนไทย สมุนไพร ผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต
โมดูลที่ 2 TTM Expert & Recommendation Systems กรมฯ มีการสังเคราะห์ เตรียมข้อมูลจากตำรับ ตำราการแพทย์แผนไทยที่ประกาศเป็นของชาติแล้ว กว่า 7,000 รายการ และที่มีการลงทะเบียน ตามมาตรา 15 จากนายทะเบียนจังหวัดไม่น้อยกว่า 200,000 ตำรับ นำมาถ่ายถอด-ปริวรรตภาษาโบราณที่บันทึกในสมุดไทย ใบลาน ศิลาจารึก แต่กระบวนการแปล หรือถ่ายถอดต้องใช้เวลานาน และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการ อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญมีจำนวนน้อย จึงร่วมกันพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญ และระบบช่วยแนะนำ (TTM Expert and Recommendation Systems) เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายถอด ปริวรรต และสังคายนาตำรับ/ตำราการแพทย์แผนไทย จึงทำการศึกษาและออกแบบงานวิจัย โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่รองรับการดำเนินงานมาช่วยดำเนินการแปลอักษรโบราณออกมาได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพสูง
โมดูลที่ 3 Herbal Product & Service Big Data Management การพัฒนา Big Data ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และบริการ การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ โดยอาศัยการศึกษาและ วิจัยด้าน AI และ Deep learning รวมถึงเทคโนโลยีการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ในการพัฒนาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจอย่างครบห่วงโซ่คุณค่า
โมดูลที่ 4 Smart TTM Herbal Product & Service Innovation การพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อยกระดับการสร้างความรอบรู้และบริการทางการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรอัจฉริยะ ซึ่งได้แก่ 1) ระบบ Panthai Chatbot สามารถตอบคำถามสุขภาพ วิเคราะห์ข่าวปลอม
ด้านการแพทย์แผนไทยและระบุชนิดสมุนไพรด้วยภาพ 2) ระบบ Panthai Good Doctor ตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย AI โดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรให้แก่ประชาชน เพื่อให้เข้าถึงการบริการได้อย่างสะดวก และมีประสิทธิภาพ (Anywhere, Anytime and Anydevice) และ 3) ระบบ Thailand Herbal Expo & Garden Metaverse ที่สามารถเยี่ยมชม งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยและสวนสมุนไพรในสภาพแวดล้อมของโลกเสมือนจริง รวมถึงสามารถซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรผ่านทางระบบได้ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะนำเทคโนโลยี Virtual Reality/Augmented Reality: VR/AR, NLP, และ Deep learning มาประยุกต์ใช้กับการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลดังกล่าว ให้มีประสิทธิภาพต่อไป
...
การดำเนินการร่วมกันดังกล่าวนั้น จะทำให้ปี 2567 เป็นต้นไป ประชาชน ผู้ประกอบการ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ได้ใช้ประโยชน์จากการดำเนินการทั้ง 4 โมดูล คือ 1. มีระบบคลังความรู้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอัจฉริยะ (Smart TTM Library) ที่รวบรวมตำรับ/ตำรายาแผนไทย ที่มีการแปลจากต้นฉบับแล้ว มีข้อมูล เชิงพฤกษศาสตร์ของพืชสมุนไพรที่เชื่อมโยงระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ในทุกมิติจากหมอพื้นบ้านและผู้ทรงคุณวุฒิ และหลักฐานเชิงประจักษ์ จำนวน 70,000 รายการ ซึ่งจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชน ในด้านการศึกษาวิจัย และใช้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพ
2. มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและบริการทางการแพทย์ แผนไทย (Herbal Product & TTM Service Big Data) ที่เชื่อมโยงข้อมูลการผลิต การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการตรวจรักษาด้วยยาสมุนไพรพร้อมทั้งสามารถวิเคราะห์แบบพยากรณ์ (Predictive Analytics) โดยแสดงรูปแบบ แนวโน้มของการผลิต การจำหน่าย และพฤติกรรมผู้บริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการตรวจรักษาด้วยยาสมุนไพร (Data Visualization)
...
3. มีแอปพลิเคชันโต้ตอบอัตโนมัติ (Panthai Chatbot) เพื่อตอบคำถามประชาชน สร้างความรอบรู้ สามารถวิเคราะห์ข่าวปลอมด้านภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรได้ไม่น้อยกว่า 200 คำถาม (Intent) และสามารถวินิจฉัยโรคด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยได้ไม่น้อยกว่า 5 กลุ่มโรค เช่น 1. นอนไม่หลับ และเจ็บปวดเรื้อรัง 2. ผู้ป่วยที่มีการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาตระยะกลาง 3. สะเก็ดเงิน 4. กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และ 5. บำบัดยาเสพติด พร้อมทั้งสามารถระบุชนิดสมุนไพรด้วยภาพได้ไม่น้อยกว่า 300 ชนิด
นอกจากนี้ภายในงานแถลงข่าวยังมีการจัดแสดงนิทรรศการ ต้นแบบ Panthai Chatbot (แผนไทยแชตบอต) เพื่อทดสอบการตอบคำถามสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรด้วย AI รวมทั้ง แนวทางการพัฒนา แพลตฟอร์มดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอัจฉริยะทั้ง 4 โมดูล ผลงานนวัตกรรมดิจิทัล รางวัลชนะเลิศ Digital Transformation Award 2019 สาขา Emerging Technology โครงการระบุชนิดสมุนไพรด้วยภาพ (Herb ID) ซึ่งเป็นผลงานของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ด้านนวัตกรรมดิจิทัลที่ได้รับรางวัล และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอัจฉริยะ (Smart Healthcare TTM) อีกด้วย
...