สลด หนุ่มขับแกร็บฟู้ด ควบ จยย.ไฟฟ้าย้อนศรตีคู่รถเก๋งยี่ห้อหรู ประสานงาบิ๊กไบค์ทางตรงขับมาถูกต้อง กระเด็นดับคู่ 2 ศพ ส่วนรถเก๋งเร่งเครื่องหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 9 ส.ค. 66 ร.ต.อ.จิรายุ ปิตุรักษ์วงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณด้านหน้าปากซอยเจริญกรุง 84 มุ่งหน้าเอเชียทีค แขวงและเขตบางคอแหลม กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์นิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน แล่นสวนกันไม่มีเกาะกลาง จากการตรวจสอบกลางถนนพบศพ นายประดิษฐ์ แซ่หวุ่น อายุ 31 ปี หนุ่มขับแกร็บฟู้ด นอนหงายเสียชีวิตในสภาพสวมเครื่องแบบพนักงานแกร็บไบค์ มีบาดแผลใบหน้ายุบ ข้างกันพบรถ จยย.ไฟฟ้าของผู้ตาย ยี่ห้อนิว รุ่นเอ็นคิวไอ สีขาวคาดเขียว ทะเบียน 4 ขร 4897 กรุงเทพมหานคร ถูกพุ่งชนจนพลิกคว่ำพังยับเยิน ห่างไป 3 เมตร พบรถ จยย.บิ๊กไบค์ คู่กรณี ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นนินจา 400 สีเทา-ดำ ทะเบียน 6 ขฒ 6986 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่ในช่องทางเดินรถซ้ายสุดฝั่งเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ขับขี่เป็นชายนิรนาม ไม่พกพาเอกสารติดตัว อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ คอหักเสียชีวิตคาที่เช่นเดียวกัน
จากการสอบสวน นายยงยุทธ ชินโคตร อายุ 29 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นพนักงานแกร็บไบค์ ขี่ จยย.ไฟฟ้าเร่งเครื่องมาตามถนนในลักษณะย้อนศร จากเอเชียทีคมุ่งหน้าไปทางถนนตก โดยใช้ความเร็วย้อนเลนตีคู่มากับรถเก๋งอีกคันหนึ่งยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จากนั้นผู้เสียชีวิตซึ่งขับขี่ จยย.บิ๊กไบค์ ที่มาจากทางถนนตก ตามช่องทางเดินรถที่ถูกต้อง ไม่สามารถหลบได้ทัน จึงพุ่งชนประสานงากับหนุ่มแกร็บฟู้ดจนรถกระเด็นไปคนละทาง ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ทั้ง 2 ราย สำหรับรถเก๋งบีเอ็มดับบลิวที่วิ่งตีคู่หนุ่มแกร็บฟู้ดมานั้น ได้ขับเร่งเครื่องหลบหนีไป โดยไม่ยอมจอดดูดำดูดีแต่อย่างใด
ด้าน ร.ต.อ.จิรายุ ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วพบว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุ นายประดิษฐ์ หนุ่มแกร็บฟู้ดผู้ตาย ขับขี่รถ จยย.ในลักษณะย้อนศรตีคู่มากับรถเก๋งอีกคันจริง ตามคำให้การของพยาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าผู้ตายมีเรื่องกับคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวด้วยหรือไม่ โดยหลังจากนี้ทางตำรวจจะเร่งติดตามคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวเข้ามาให้ปากคำ และติดตามญาติของคนขับขี่ จยย.บิ๊กไบค์มายืนยันอัตลักษณ์ เพื่อสรุปสำนวนคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป