สืบนครบาลรวบ สุนทรฟู่ อดีตนักศึกษาเกียรตินิยมอันดับ 1 อดีตครูดีเด่น ชีวิตดำดิ่งสู่ “มิจฉาชีพ” หาเงินเปย์แฟนหนุ่ม และปั่นสล็อต เจ้าหน้าที่อึ้งเจ้าตัวด้นกลอนสดเป็นคติเตือนใจ เตือนภัยสังคม 

วันที่ 14 ก.ค. 66 สืบเนื่องจาก นายวิวัฒน์ วงค์ษา หรือครูฟู่ หรือสุนทรฟู่ อายุ 36 ปี อยู่แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. ก่อเหตุตระเวนหลอกลวงผู้อื่นจนถูกแจ้งความดำเนินคดีมากมาย โดยล่าสุดถูกออกหมายจับ 4 หมายจับ ดังนี้

1. หมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 742/2565 ลงวันที่ 22 พ.ย. 65 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” (สน.บางยี่เรือ)

2. หมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ที่ 17/2566 ลงวันที่ 10 ม.ค. 66 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” (สภ.บางม่วง)

3. หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาครที่ 19/2566 ลงวันที่ 27 ม.ค. 66 ข้อหา “ฉ้อโกง และโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” (สภ.บ้านแพ้ว)

4. หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือที่ 292/2566 ลงวันที่ 30 พ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” (สน.วังทองหลาง)

โดย “ครูฟู่” อดีตครูสอนภาษาไทยโรงเรียนชื่อดังในพื้นที่ กทม. ผู้มากความสามารถจบการศึกษาชั้นปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดังด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 และในการรับราชการสุดรุ่งถึงขั้นได้รับรางวัล “ครูภาษาไทยดีเด่นแห่งชาติ” ประจำปี 2560 ความเก่งของครูฟู่นั้นเหลือล้น จนได้รับสมญานามว่า “สุนทรฟู่” แต่แล้วชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย เส้นทางชีวิตที่กำลังโลดแล่นของครูฟู่พลิกผันจากครูหนุ่มอนาคตไกล เริ่มดำดิ่งสู่การเป็น “มิจฉาชีพ” เนื่องจาก “ติดการพนัน” และนำเงินไปเปย์ให้กับแฟนหนุ่มที่เป็น LGBTQ กระทั่งปี 2563 ครูฟู่ก็ได้ถูกไล่ออกจากการเป็นข้าราชการครูในที่สุด 

หลังจากพ้นจากหน้าที่แล้วเดินสาย “หลอกลวง” โดยจะหลอกลวงลักษณะกิจกรรมในแวดวงครูเป็นหลัก เช่น หลอกให้เช่าบ้านพักเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนในต่างจังหวัด หรือ หลอกให้เช่าห้องพักในงานรับปริญญา โดยครูฟู่อาศัยโปรไฟล์ในอดีตที่เคยเป็นครูดีเด่น สร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก โดยล่าสุด ช่วงวันที่ 3-5 ก.พ. 66 ที่ผ่านมาจะมีการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 70 ที่ จ.น่าน ทำให้หลายโรงเรียนในทุกภูมิภาค พากันหาจองห้องพักพานักเรียนไปร่วมกิจกรรมแข่งขัน ครูฟู่เห็นช่องทางดังกล่าว ได้หลอกลวงเหล่าคุณครูที่ต้องการพาเด็กไปร่วมกิจกรรมนี้ที่ จ.น่าน โดยอ้างว่าตนมีที่พักให้เช่าเพื่อให้เหล่านักเรียนมาร่วมกิจกรรม โดยครูฟู่อ้างโปรไฟล์ในอดีตของตนว่าเป็นครูดีเด่น และยังมีภาพถ่ายที่สวมเครื่องแบบชุดข้าราชการครู ทำให้เหยื่อต่างหลงเชื่อได้ง่าย 

การหลอกลวงลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เสียหายเสียทรัพย์สินเงินทอง แต่เป็นการ “ตัดโอกาส” เหล่าเด็กๆ ที่จะไปร่วมทำกิจกรรมอีกด้วย โดยตั้งแต่ครูฟู่ออกจากราชการจนถึงปัจจุบันได้ตระเวนก่อเหตุลักษณะนี้มาโดยตลอด จนถึงปัจจุบันมีผู้ตกเป็นเหยื่อของครูฟู่ทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 100 ราย และล่าสุดดำดิ่งขนาดต้องเดินสายหลอก “นวดเสียว” ด้วย โดยครูฟู่เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ ใช้ชีวิตหลบเลี่ยงการจับกุมอย่างไร้เงามาเป็นเวลาหลายปี ใช้ชีวิตเปลี่ยนถิ่นที่พักอาศัยทุก 2 สัปดาห์ และไม่มีท่าทีจะหยุดหลอกลวง กลายเป็น “มิจฉาชีพ” อย่างเต็มตัวในปัจจุบัน และถือเป็นภัยสังคมต่อประชาชน ต่อคุณครู ต่อเด็กๆ กระทั่งทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมพบแผนประทุษกรรมสุดแสบของครูฟู่รายนี้ซึ่งตระเวนก่อเหตุมาจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ออกหมายจับกว่า 4 หมายจับ และได้รายงานเรื่องนี้ถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เร่งสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 สืบสวนติดตามจับกุมตัว ด้วยเบาะแสเดียวคือ “ครูฟู่ เป็น LGBTQ+” จึงต้องส่งมือดี แฝงตัวเข้าสู่วงการนวดของ LGBTQ+ เป็นเวลากว่า 1 เดือนจนได้เบาะแสว่าปัจจุบันครูฟู่กินอยู่กับแฟนหนุ่มละแวกพื้นที่ ซอยวัชรพล เขตบางเขน กทม. ใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ออกจากห้องพักเพียงวันละ 1 ครั้ง หรือบางวันไม่ออกมาสู่โลกภายนอกเลย และมีพฤติกรรมหมกมุ่นอยู่กับการเล่นการพนันออนไลน์ (ปั่นสล็อต) ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และไม่ทำงานทำการใดๆ ยังตระเวนหลอกลวงชาวบ้านอยู่เช่นเดิม

ต่อมาวันที่ 13 ก.ค. 66 พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด PCT5 และ สืบนครบาล นำกำลังเข้าจับกุมตัวครูฟู่ได้ โดยจับกุมได้ขณะที่กำลังจะย้ายถิ่นที่พักกับแฟนหนุ่ม LGBTQ+ สัญชาติลาว โดยจับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 28/58 ถนอมมิตรคอนโด ตึก 11 ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.

นายวิวัฒน์ วงค์ษา ครูฟู่ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้เปิดเผยถึงความพลิกผันของชีวิตตนเองเพื่อเป็นอุทาหรณ์ โดยให้การว่า ตนจบชั้นปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 หลังจากเรียนจบก็ไปเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง กระทั่งปี 2555 ตนสอบบรรจุครูได้ด้วยความสามารถจึงได้เป็นตำแหน่งหน้าห้องของ ผอ.โรงเรียน กระทั่งได้มีเรื่องของ วงโยธวาทิต ที่มีการขอยืมเงินคุณตัน ทำให้มีเรื่องราวทำให้ตนได้ขอย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนอื่น ถือเป็นยุครุ่งเรืองที่สุด เพราะได้รับโอกาสได้เข้าไปช่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการด้วยอีกหน้าที่หนึ่ง และได้มีโอกาสแต่งบทอาศิรวาท จนกระทั่งได้รับรางวัล ครูดีเด่นประจำปี และได้สมญานามว่า สุนทรฟู่ กระทั่งในปี 2563 โรงเรียนได้มีการเปลี่ยน ผอ.โรงเรียนและตนไม่ลงรอยกับผู้บังคับบัญชาคนใหม่ โดยทำงานหนักหลายหน้าที่จนป่วย กระทั่งฟางเส้นสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อตนมาทำงานไม่ไหวจากการป่วย ทำให้ตนตัดสินใจไม่ไปโรงเรียนอีก จนถูกตั้งกรรมการ ช่วงนั้นชีวิตตนเริ่มเป๋แล้ว โดยรับว่าช่วงนั้นติดแฟนหนุ่มซึ่งเจอกันจากที่จ้างมานวด LGBTQ+ แล้วปิ๊งกัน และช่วงนั้นก็ติดการพนันด้วย จึงทำให้ชีวิตเริ่มดำดิ่ง โดยแรกๆ ยังมีเงินเก็บที่ยังเหลือก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ พอผ่านไปสักพักนึงเงินเริ่มหมดก็เริ่มโทร. ไปขอยืมเงินจากนักเรียนและครูที่เคยรู้จัก โดยเหล่านักเรียนนั้นกตัญญูรักครูมากให้มาทีละ 1,000-2,000 บางคนให้ถึง 4,000 บาท ก็มียอมรับว่ายืมเด็กๆ แล้วไม่ได้คืน ส่วนเพื่อนครูนั้น ตอนตนไปขอยืมเงินถูกเมินและทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน ทำให้เสียใจมากๆ หลังจากนั้นก็เริ่มเดินสายหลอกลวง โดยช่วงนั้นตนเล่นเฟซบุ๊กแล้วเห็นมีการหาที่พัก ตนจึงได้ไอเดียหลอกลวงด้วยการหลอกเอาเงินมัดจำที่พักจากเหยื่อ โดยลงมือทำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทำไปเยอะมาก ความเสียหายที่หลอกลวงมาแล้วหลายหมื่นบาท โดยยอมรับว่าทำไปเพราะหิว ต้องการที่อยู่ รู้ว่าผิดสงสารเหยื่อด้วย และขอโทษทุกคน ขอโอกาสให้สังคมให้อภัย เกิดชาติหน้าฉันใดก็ขอให้ตนได้ชดใช้กรรม ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหน หลังจากนี้ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่และขอใช้ความรู้ที่มีอยู่เพื่อสาธารณะประโยชน์ จะให้ไปเป็นอาสาสมัครสอนที่ไหนอย่างไรตนจะไม่คิดเงินเลย จะมุ่งทำประโยชน์ให้กับสังคม” 

...

นายวิวัฒน์ วงค์ษา หรือ ครูฟู่ ได้แต่งกลอนแบบสด ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาลเพื่อเตือนภัยให้กับสังคมว่า

ก่อนจะทำสิ่งใดขอให้คิด  

อย่าพลาดผิดจนชีวิตคิดถลำ 

ทำสิ่งใดประกอบด้วยเวรกรรม  

และเน้นย้ำทำกรรมดีอย่างที่เป็น

หากพลาดผิดผิดไปแล้วไม่แคล้วโทษ  

จากเป็นโจทก์ตกจำเลยคนเหยียบย่ำ

ขอโอกาสที่มีได้แก้กรรม 

จะกระทำแต่สิ่งดีเพื่อสังคม”