“ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์” เลขานุการ รมว.ยุติธรรม ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ “ปราปต์-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง” ออกมาแฉถูกเรียกรับเงิน 10 ล้านบาท คาดทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิด ไม่ติดใจเพราะเป็นคนสาธารณะ เผยพนักงานสอบสวนดีเอสไอเตรียมแจ้งข้อหาฟอกเงินกับสองผู้บริหารแชร์ลูกโซ่ฟอเร็กซ์ 3 ดี ทั้ง “อภิรักษ์ โกฎธิ” และ “กู๋กี๋-ภคมน สีลุน” แฟนสาวของ “ปราปต์-ปราปต์ปฎล” หลังหลักฐานชี้ชัด ขณะที่ ผอ.ศูนย์คดียาเสพติด ดีเอสไอ แจงการตรวจยึดทรัพย์สิน รวมทั้งรถสปอร์ตหรูของนักแสดงหนุ่มและแฟนสาวสุดโปร่งใสตรวจสอบได้

จากกรณีปราปต์-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง นักแสดงชื่อดัง ยื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าในคดี ฟอกเงินเกี่ยวเนื่องกับคดีแชร์ลูกโซ่ฟอเร็กซ์ 3 ดี ที่ตนเองถูกแจ้งข้อหา ก่อนเปิดโปงพฤติกรรมเรียกรับเงิน 10 ล้านบาท ของที่ปรึกษาทีมงานของว่าที่ ร.ต. ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรมเพื่อช่วย เคลียร์คดีฉ้อโกงประชาชนของกู๋กี๋-ภคมน สีลุน แฟนสาว ของปราปต์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต่างดาหน้าออกมาปฏิเสธ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 มี.ค. ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยรายละเอียดว่า ทนาย เฮง-ว่าที่ ร.ต.กฤษดา กฤตเมธานนท์ เป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และทนายเฮงเคยเป็นหนึ่ง ใน 30 คน ของทีมงานทนายอาสา ยืนยันตนไม่มี ส่วนเกี่ยวข้องและเรื่องนี้เป็นการพูดคุยกันเองของคนสามคน ส่วนการ์ตูน-ชิดชญา วณิชกิตติ์ เพื่อนสนิท ของกู๋กี๋-ภคมน ก็เป็นเพื่อนกับทนายเฮงมานานกว่า 10 ปี เรื่องนี้การ์ตูนเป็นฝ่ายประสานติดต่อมายังทนายเฮง เพราะเขาอยากช่วยเพื่อนให้ได้รับการประกันตัว ตัวเลขที่พูดถึงเป็นหลักล้านจริง แต่มันคือตัวเลขที่เกี่ยวกับการใช้สู้คดี ค่าวิชาชีพต่างๆ ค่าดำเนินการในส่วนของทนายความ เพราะในอัตรา โทษสูง เนื่องด้วยคดีฉ้อโกงประชาชน ย่อมใช้หลักทรัพย์ วางมัดจำต่อศาลจำนวนมาก เพื่อให้ศาลพิจารณาให้ ปล่อยตัวชั่วคราว ที่สำคัญแนวทางการสืบสวนสอบสวน ของดีเอสไอ กู๋กี๋-ภคมน เป็นผู้ต้องหาแถวที่หนึ่ง มีส่วนร่วมในการบริหารฟอเร็กซ์ 3 ดี ร่วมกับนาย อภิรักษ์ โกฎธิ แตกต่างจากกรณีของพิงกี้-สาวิกา ไชยเดช ที่เป็นผู้ต้องหาแถวที่สาม ผู้รับโอนเงินจากนายอภิรักษ์ ศาลมีดุลพินิจปล่อยตัวชั่วคราวตามเงื่อนไขที่ทนายความของพิงกี้เสนอ แต่ถึงอย่างนั้นยังต้องใช้หลักทรัพย์สูงถึง 5,000,000 บาท เรื่องนี้ อาจทำให้นายปราปต์ปฎลเข้าใจว่าพอตนเองไม่ได้ใช้บริการทนายเฮงเลยถูกดีเอสไอแจ้งข้อหาฟอกเงิน และมองว่าเป็นการเรียกรับเงินเพื่อเคลียร์คดีให้แฟนสาว

...

“สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจะไม่ไปแจ้งความ หรือฟ้องร้องนายปราปต์ปฎลเพราะไม่เกิด ประโยชน์ ผมเป็นคนทำงาน รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน เป็นคนสาธารณะ เกิดเหตุการณ์พาดพิงใดๆขึ้นก็ยินดีชี้แจงต่อสังคม ส่วนทนายเฮงและการ์ตูนที่เป็นผู้เสียหายจากเรื่องนี้ย่อมใช้สิทธิดำเนินคดีในชั้นศาลได้ และหากนายปราปต์ยืนยันว่าตัวเองถูกตบทรัพย์ จริงๆก็ขอให้นำหลักฐานต่างๆไปแจ้งความดำเนินคดีพิสูจน์ความจริงได้” ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตระบุด้วยว่า ภายในสัปดาห์หน้า สำนวนคดีฟอกเงินของนายปราปต์ปฎลอาจเสร็จสิ้น ส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการพิจารณา เตรียมแจ้งข้อหา ฟอกเงินเพิ่มกับนายอภิรักษ์ โกฎธิ และกู๋กี๋-ภคมน สีลุน แฟนสาวของนายปราปต์ปฎล หลังพนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานมาต่อเนื่องจนได้ข้อสรุปทั้งคู่ กระทำผิดฐานฟอกเงินด้วย ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะเข้าไปแจ้งข้อหากับทั้งคู่ภายในเรือนจำต่อไป

วันเดียวกัน นายพงษธร อินอำนวย ผอ.ศูนย์คดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวชี้แจงถึงกรณีนายปราปต์ปฎล นักแสดงชายคนดังกล่าวพาดพิง ถึงประเด็นการบุกเข้าคอนโดมิเนียมของสาวประเภทสอง เพื่อนของกู๋กี๋-ภคมน สีลุน ก่อนตรวจยึดทรัพย์สินภายในห้องโดยไม่มีหมายค้นจากศาล รวมถึงเข้ายึด รถสปอร์ตหรู แอสตัน มาร์ติน ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี โดยระบุนายพงษธรตรวจยึดทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่า ในวันที่เข้าไปตรวจค้นมีเจ้าของห้องอยู่ด้วย รวมทั้งพบกุญแจรถแอสตันมาร์ติน เมื่อสอบถามว่า กุญแจรถคันนี้เป็นของใคร สาวประเภทสองบอกว่าเป็นรถของกู๋กี๋-ภคมน และนายปราปต์ปฎล ที่นำไปจอดซุกไว้ที่ต่างจังหวัด จึงสั่งการให้ตรวจสอบพิกัดรถจากจีพีเอส ก่อนพบรถ จอดอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี เมื่อเชิญเจ้าของ บ้านมาสอบถาม ทางเจ้าของบ้านยอมรับว่าเขาเป็นนักแสดงคู่กับนายปราปต์ปฎล และนายปราปต์ปฎลนำรถมาฝากเขาไว้สองรอบแล้ว มีการนำรถขับออกไปเที่ยวแล้วก็นำกลับมาจอดฝากไว้ อย่างไรก็ตามเจ้าของบ้านรายนี้ไม่ทราบว่า รถคันนี้เป็นของใคร รู้แต่เพียงว่านายปราปต์แจ้งกับเขาว่าเป็นรถของแฟนสาวกู๋กี๋-ภคมน ขอฝากรถไว้ที่นี่

“เจ้าของบ้านรายนี้ยังให้การว่านายปราปต์ได้เสนอขายรถคันนี้ด้วย แต่ไม่ได้ซื้อไว้เพราะไม่ชอบขับรถรุ่นนี้ จากนั้นผมยึดรถคันดังกล่าว ทำให้นายปราปต์ ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผมที่ สน.สุทธิสาร ว่า ผมบุกคอนโดมิเนียมตรวจยึดทรัพย์สินต่างๆและเข้าไปยึดรถแอสตัน มาร์ตินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งมาร้องเรียนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนผม คดีที่ สน.สุทธิสาร ส่งสำนวน ไปยัง ป.ป.ช.แล้ว แต่ ป.ป.ช.มองว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยว จึงส่งสำนวนกลับมาที่ สน.สุทธิสาร นอกจากนี้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษยังตั้งเรื่องตรวจสอบคู่ขนานไปกับ สน.สุทธิสาร ขอดูว่ารายการทรัพย์สินที่ยึดมานั้น เป็นของกลางและผมนำไปใช้ส่วนตัวหรือไม่ ปรากฏว่า ของกลางทุกชิ้นยังอยู่ครบไม่หายไปไหน” นายพงษธรกล่าว