"เหล่าทัพ" จับมือ รพ.ทหาร 26 แห่ง ตรวจโรคก่อนตรวจเลือกทหาร ประจำปี 2566 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกก่อนนำผลไปประกอบในการเข้าเกณฑ์ทหาร โดยกำหนด 12 กลุ่มโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 66 พล.ต.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. เผยว่า กองทัพบกเดินหน้าพัฒนาการตรวจเลือกทหารกองประจำการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกที่ให้ความสำคัญกับการคัดสรรและดูแลทหารกองประจำการในทุกมิติ ตั้งแต่การรับสมัครทหารออนไลน์ ปรับให้ทหารกองประจำการได้รับราชการในหน่วยทหารใกล้บ้านเพื่อสะดวกในการติดต่อและดูแลครอบครัว รวมถึงสามารถแจ้งย้ายภูมิลำเนาทหารเพื่อสะดวกในการเข้ารับการตรวจเลือก

สำหรับการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจมีโรค หรือกำลังเป็นโรคที่ขัดต่อการเข้ารับราชการทหาร ให้สามารถเข้ารับการตรวจโรคเพื่อเป็นข้อมูลทางการแพทย์ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการเข้ารับการตรวจเลือกทหารในเดือนเมษายนนี้ โดยสามารถเข้ารับการตรวจโรคได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 25 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงพยาบาลทหารในสังกัดเหล่าทัพ 26 แห่ง ทั่วประเทศ แยกเป็น กองทัพบก โรงพยาบาลค่ายในสังกัดกรมแพทย์ทหารบกจำนวน 22 แห่ง และปีนี้เป็นปีแรกที่เปิดบริการตรวจโรคก่อนตรวจเลือกที่โรงพยาบาลสังกัดกรมแพทย์ทหารอากาศ ได้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และโรงพยาบาลจันทรุเบกษา และโรงพยาบาลสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยสามารถเข้ารับการตรวจในวันและเวลาราชการ พร้อมนำเอกสารสำคัญ อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน, หลักฐานการเปลี่ยนชื่อสกุล, ทะเบียนบ้าน, เอกสาร สด.9, สด.35, สด.43 (กรณีเคยผ่อนผัน) และเอกสารหลักฐานทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องไปเข้ารับการตรวจโรคก่อนตรวจเลือกด้วย

ทั้งนี้ ใบสำคัญความเห็นแพทย์ที่ได้รับจากการตรวจโรคก่อนตรวจเลือกสามารถนำไปประกอบการตรวจเลือกทหารในเดือนเมษายน 66 สำหรับโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหารตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 74 (พ.ศ. 2540) ออกตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 โดยได้กำหนด 12 กลุ่มโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร เช่น โรคหรือความผิดปกติของตา หู โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคติดเชื้อ โรคทางประสาทวิทยา โรคทางจิตเวช เป็นต้น


กองทัพบกจึงขอเชิญชวนให้ชายไทยที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกในปีนี้ และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสภาพร่างกายของตนเองไปเข้ารับการตรวจโรคก่อนตรวจเลือกในโรงพยาบาลทหารทั้ง 26 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมของตนเอง และมีข้อมูลด้านสุขภาพพื้นฐานก่อนเข้ารับการตรวจเลือก ทั้งนี้กองทัพเปิดโอกาสให้ชายไทยทุกคนที่มีความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและคุณสมบัติตามที่ทางราชการกำหนด ได้เข้ารับราชการทหารเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการทำงานเพื่อบ้านเมืองและร่วมสร้างสังคมไทยให้มีความมั่นคงยั่งยืนต่อไป.