เด็กหนุ่มวัย 16 นักดัดแปลงปืนแบลงก์กัน เล่นรัสเซียนรูเล็ตต์ ใช้ปืนจ่อศีรษะท้ามัจจุราช สองนัดแรกปืนไม่ลั่นพอเหนี่ยวไกครั้งที่สามปืนลั่นโป้งดับคาบ้านร้างย่านหนองจอก แม่และญาติไม่เชื่อ บาดแผลที่เจอตรงท้ายทอยด้านขวาขัดกับข้อเท็จจริงที่ผู้ตายถนัดซ้าย ชี้เป็นเหตุฆาตกรรม ก่อนเป็นศพนัดเคลียร์กับคู่กรณีเรื่องถูกแย่งปืน วอนตำรวจ สน.ลำหินช่วยตรวจสอบ
เด็กหนุ่มเล่นรัสเซียนรูเล็ตต์เสียชีวิตในบ้านร้างญาติเชื่อเป็นเหตุฆาตกรรม เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.40 น. วันที่ 2 ม.ค. ร.ต.อ.สุพจน์ แก้วเจริญ รอง สว. (สอบสวน) สน.ลำหิน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตในบ้านเลขที่ 59/3 ถนนเลียบคลองสนามกลางลำ แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สรพงษ์ นาคะโยคี ผกก. (สอบสวน) บก.น.3 รรท.ผกก.สน.ลำหิน พ.ต.ท.ธนาวิน กาญจนวิภาษ รอง ผกก.สส.บก.น.3 ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลำหิน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชฯ รพ.ตร. และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ถูกปล่อยให้รกร้าง บริเวณเพิงหน้าบ้านพบศพนายวงศธร หรือบี ตุ้มเก็น อายุ 16 ปี นอนหงายจมกองเลือดในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ท้ายทอยด้านขวา 1 นัดกระสุนฝังในมีเขม่าปืนติดอยู่ที่ใบหูขวา ใกล้กันพบปืนลูกโม่แบลงค์กันดัดแปลงใช้กระสุน .38 ตกใกล้มือขวาของผู้ตาย 1 กระบอก ในลูกโม่มีปลอก กระสุนยิงแล้ว 1 ปลอก นอกจากนี้ยังพบกระสุนปืน .38 ที่ร่างผู้ตายทับไว้อีก 1 นัด ตรวจสอบโดยรอบจุดพบศพไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือขัดขืนแต่อย่างใด
สอบสวนผู้อยู่ในที่เกิดเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 13-15 ปี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมานั่งเล่นกับเพื่อนรวม 7 คน บางส่วนนั่งจับกลุ่มสูบกัญชา จากนั้นผู้ตายควักปืนลูกโม่มาเล่นรัสเซียนรูเล็ตต์ เริ่มแรกผู้ตายยิงใส่เพื่อนไป 2 นัดแต่กระสุนไม่ลั่น ก่อนจะใส่กระสุนเข้าไปใหม่คราวนี้จ่อยิงใส่ศีรษะตัวเอง 2 นัดซ้อนกระสุนไม่ลั่น แต่พอเหนี่ยวไกเป็นครั้งที่ 3 กระสุนกลับลั่น ใส่ศีรษะเสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การเนื่องจากขัดแย้งกับข้อเท็จจริงหลายอย่าง ส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร. พร้อมตรวจเขม่าดินปืนจากผู้อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมดที่เป็นเยาวชน ต้องรอสหวิชาชีพสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน
มีรายงานว่า ผู้ตายจบการศึกษาชั้น ม.1 ยังไม่มีงานทำ หารายได้ด้วยการสั่งซื้อปืนแบลงค์กันทางออนไลน์ ในราคากระบอกละ 7-8 พันบาท มาดัดแปลงเป็นปืนที่ใช้กระสุนจริงและขายเอากำไรกระบอกละ 4-5 พันบาท
ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร. เวลา 12.00 น. วันที่ 3 ม.ค. นางวราพร ตุ้มเก็น อายุ 32 ปี ผู้เป็นมารดาของนายวงศธร หรือบี ตุ้มเก็น พร้อมญาติเดินทางมาติดต่อขอรับศพนายวงศธรไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ที่สุเหร่าอัลฟาลาม ย่านหนองจอก กทม. ทั้งนี้แพทย์ผู้ชันสูตรศพระบุกระสุนทำลายสมองด้านขวา
นางวราพรกล่าวว่า คดีนี้ตนและญาติสงสัยว่านายวงศธรลูกชายไม่น่าจะเล่นรัสเซียนรูเล็ตต์ หรือใช้ปืนยิงตัวตาย เพราะในที่เกิดเหตุพบปืนตกอยู่เยื้องไปทางด้านขวามือของศพ อีกทั้งบาดแผลเป็นการถูกยิงจากท้ายทอยขวาด้านหลัง ซึ่งเป็นท่ายิงที่ผิดธรรมชาติ เนื่องจากลูกชายเป็นคนถนัดใช้มือซ้ายมาตลอดตั้งแต่เด็กๆทั้งที่ตนพยายามสอนให้ใช้มือขวา เนื่องจากผิดหลักศาสนาอิสลาม แต่ลูกชายไม่ยอม ใช้มือซ้ายทำกิจกรรมต่างๆเรื่อยมา หากเป็นการฆ่าตัวตายจริงบาดแผลก็ควรจะอยู่ที่ขมับซ้ายหรือใต้คาง อยากให้ตำรวจตรวจสอบด้วยเพราะอาจเป็นคดีฆาตกรรม
“นอกจากนี้ดิฉันมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงการพูดคุยเคลียร์ปัญหาระหว่างลูกชายกับคู่กรณีรายหนึ่งที่แย่งปืนไปจากมือลูกชาย โดยทั้งสองฝ่ายนัดเจอกันตรงจุดเกิดเหตุ ที่ผ่านมาไม่มีสัญญาณใดๆว่าลูกชายจะมีพฤติกรรมส่อไปในทางฆ่าตัวตายหรือมีแรงจูงใจให้เล่นรัสเซียนรูเล็ตต์ ส่วนปืนที่พบในที่เกิดเหตุดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่น่าจะใช่ปืนของลูกชาย นอกจากนี้ยังมีบุคคลต้องสงสัยรายหนึ่งที่อยู่ในจุด เกิดเหตุกลับบ้านไปอาบน้ำก่อนจะเดินทางเข้าให้ปากคำกับตำรวจ มองว่าอาจเป็นการทำลายหลักฐาน” นางวราพรกล่าว
ที่ สน.ลำหิน บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.สรพงษ์ นาคะโยคี ผกก. (สอบสวน) บก.น.3 รรท.ผกก.สน.ลำหิน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ามีผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุเป็นกลุ่มเพื่อนผู้ตาย 6 คน ชุดสืบสวนติดตามมาสอบสวนเบื้องต้นแล้ว ขณะที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุและปืนไปตรวจสอบ เบื้องต้นเป็นปืนลูกโม่แบลงค์กันดัดแปลงใช้กระสุน .38 รวมทั้งตรวจคราบเขม่าปืนของผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุและผู้เสียชีวิต ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ทั้งหมดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง